นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า หากเลือกพรรคสร้างอนาคตไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล จะอาสาทำ 2 เรื่อง คือ
1.ทำพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วย สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นพื้นที่พิเศษด้านพลังงาน เดินหน้าเรื่องโรงไฟฟ้าชุมชน ให้เกษตรกรสามารถปลูกหญ้าเนเปียได้ รวมถึงนโยบายติดตั้งโซล่าเซลล์ หากใช้ไฟฟ้าไม่ถึง จะลดค่าไฟฟ้า
2. ทำพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นศูนย์กลางสินค้าฮาลาล ไม่ใช่เฉพาะอาหาร แต่รวมไปถึงการท่องเที่ยว เครื่องสำอางค์ สมุนไพร และสินค้าอื่นๆด้วย
ด้านนายอุตตม กล่าวขอบคุณที่ทุกคนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พรรคสร้างอนาคตไทยจะทำงานให้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถสุดหัวใจ มีทีมงานที่เข้มแข็งที่สุด และยังได้รับการสนับสนุนจากท่านนายกฯ กูเซ็ง ยืนยันว่าไม่ได้มาลอยๆ แต่มีชุดความคิดใหม่มี่จับค้องได้ และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับชาวนราธิวาส และเขตภาคใต้ทั้งหมด
สำหรับปีหน้าจะท้าทายมากสำหรับประเทศไทย เพราะเศรษฐกิจโลกไม่ดี เงินเฟ้อ ต้นทุนพลังงานแพง ดอกเบี้ยแพง จะมัวพึ่งการท่องเที่ยว และส่งออกมากไม่ได้ เพราะคนมีเงินก็จะเก็บเงินไว้ ดังนั้นนโยบายแรกของพรรคคือการแก้ปัญหาปากท้อง แก้หนี้สินครบวงจร โดยคนในชุมชนร่วมกัน ต้องเริ่มจากการบรรเทา หยุดภาระหนี้ด้วยการพักหนี้เป็นรูปธรรม 5 ปี ทั้งต้นทั้งดอก แล้วเติมทุนใหม่ ด้วยการจัดทำกองทุนสร้างอนาคตไทย มูลค่า 3 แสนล้านบาท มาแก้ปัญหา โดยจัดสรรงบประมาณส่วนที่ไม่สำคัญมาลงตรงนี้ นอกจากนี้ต้องเติมความรู้ ทักษะ อาชีพใหม่ และโอกาสใหม่ โดยหน่วยงานรัฐ แบงก์รัฐ
พรรคสร้างอนาคตไทยถือว่านโยบายที่นำเสนอต้องปฏิบัติได้ และตั้งบนพื้นฐานความสอดคล้องกับพหุวัฒนธรรมในพื้นที่ด้วยนโยบาย 5 สร้าง คือสร้างอุตสาหกรรมใหม่ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน สร้างคน พัฒนาคน สร้างสังคมที่เท่าเทียม กำจัดเหลื่อมล้ำ ระบบการปกครอง การเมืองต้องสร้างสรรค์
ขณะเดียวกัน ต้องเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริม สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ผู้ประกอบการมาขายของได้ โดยคิดค่าธรรมเนียมน้อย และพัฒนาคนไปพร้อมกัน พรรคจะทำโครงสร้างดิจิทัลรองรับ เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ให้คนเข้าถึงด้วยต้นทุนต่ำ รวมไปถึงการเสนอทุนการศึกษาพัฒนาบ้านเกิด จะเอาทุนไปเรียนไปทำอะไรขอให้แจ้งมา แต่ขอให้เรียนให้สอดคล้องกับทิศทางในการพัฒนาพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะรื้อระบบงบประมาณ เพื่อกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้ดูแลกันเอง ไม่ใช่สั่งตรงมาจากข้างบนของกระทรวง