"นายจตุพร" กล่าวถึงพรรคฝ่ายค้านว่า อย่าประมาทเกมอำนาจของ 3 ป. เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปมากในช่วง 8 ปี เนื่องจากกลุ่มทุนและการผนึกอำนาจการเมืองได้อย่างมั่นคงมากขึ้น สิ่งสำคัญ กลุ่มอำนาจ 3 ป. ยังกล้าเล่นทุกบทบาทในละครการเมือง ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ไปพบ พล.อ.ประวิตร เป็นแค่การแสดงละครทางการเมืองให้เห็นว่า แตกแยกกันเท่านั้น แต่เป้าหมายแท้จริงได้ตกลงกันไว้ไปสร้างพลังกับพรรคการเมืองใหม่ จึงต้องกล่าวคำลา เพื่อล่อให้พรรคอื่นตายใจ
“ด้วยปรากฎการณ์ไปอำลา แสดงถึงไปลามาไหว้ อย่าคิดว่า 3 ป.ไม่เหลืออะไรแล้ว แต่เขายังเหลือเกมเล่นอีกมาก ทั้งเกมขายมันสำปะหลัง ขายข้าวจีทูจี เกมขุดอดีตเทาๆของนักการเมืองมาเข้ากลุ่มอำนาจ เกมกฎหมายลูกที่ศาลจะวินิฉัย ซึ่งเกมเหล่านี้ เขาพร้อมเล่นแบบเซียนการเมืองที่นักการเมืองนึกไม่ถึง เพราะ 3 ป.มีความหน้าด้าน กล้าเล่นละครตกตาได้ทุกบทบาท”
ส่วนกลุ่มทรู 300 ล้านบาทบริจาคซื้อสิทธิ์ถ่ายทอดบอลโลกนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นการเอาเปรียบทั้งถ่ายทอดจำกัดคู่แข่งขันบอลโลกและระบบคุณภาพความคมชัด ซึ่งต้องการขายสมาชิกและโฆษณายังได้อีก แต่เสียค่าใช้จ่ายเพียงหนึ่งในสี่ของราคาซื้อลิขสิทธิ์ โดยได้สิทธิ์เหนือกว่า กสทช.จ่าย 600 ล้านบาท แล้วประชาชนได้รับการดูบอลโลกไม่เท่าเทียมกัน เรื่องนี้สะท้อนถึงวิธีคิดของทุนที่มุ่งเอาประโยชน์เป็นหลัก ไม่มีอะไรขาดทุน กลุ่มทรูควรแบ่งให้ประชาชนได้ประโยชน์บ้าง
ทางด้าน"นายนิติธร" กล่าวว่า การจับให้มั่น คั้นให้ตาย เป็นสภาพของประชาชนต้องมีหลักจับได้มั่น คือ หลักผลประโยชน์ของประชาชน แล้วการคั้นให้ตายจะเป็นไปกันเองโดยธรรมชาติ กรณีการชุมนุมของประชาชนหลังปี 2535 มีสภาพแบบไม่จับหลักให้มั่น เพราะเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุน กลุ่มการเมือง ซึ่งแตกต่างจากการต่อสู้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มจากชุมนุมปี 2516 ถึง ปี 2535 โดยหลักยึดมั่นของการชุมนุมคือ ยึดมั่นหลักผลประโยชน์ของประชาชน
อย่างไรก็ตาม กรณีบันทึกข้อตกลงอินโดแปซิฟิกที่ไทยลงนามร่วมกับสหรัฐนั้น นายนิติธร กล่าวว่า มีสื่อมวลชนบางสำนักพยายามออกข่าวบิดเบือน โดยโยนปัญหาไปให้กลุ่มราษฎรตกเป็นเครื่องมือของต่างชาติเพื่อปั่นป่วนทำลายแทรกแซงประเทศและสถาบัน ซึ่งแสดงถึงสื่อจับหลักไม่มั่น เพราะไม่เป็นความจริง เนื่องจากหลักสำคัญที่สื่อมวลชนสำนักนี้ไม่กล่าวถึงคือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนลงนามในบันทึกข้อตกลงนี้
ดังนั้น หลักที่ต้องยึดมั่น คือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงไทย ไม่ใช่พวกเยาวชน เด็ก หรือกลุ่มราษฎร ด้วยเหตุนี้ การจับหลักให้มั่นก็คือ อินโดแปซิฟิกทำให้ไทยเสียประโยชน์อย่างไร ใครเป็นคนลงนาม สิ่งนี้เป็นความจริงที่ต้องยึดมั่น ไม่ใช่ปัญหาของเด็กที่ร่วมกันชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้
“เมื่อรัฐบาล กลุ่มทุน การเมืองร่วมมือกันคุมอำนาจไว้เบ็ดเสร็จแล้ว หลักที่ฝ่ายประชาชนต้องจับให้มั่นค่อ ความสามัคคีกันเข้าไว้ เพราะไม่มีทางอื่นที่จะให้ประชาชนได้ประโยชน์ ดังนั้น ประชาชนต้องจำสิ่งที่กลุ่มทุนทำกับประเทศไว้ แล้วจะเกิดจิตใจรักประเทศขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นจิตใจที่ยึดหลักความสามัคคีให้มั่น”