svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

เปิดใจ"พีระพันธุ์"ผมไม่ใช่นักตกปลา-ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ-ไม่ใช่เพื่อรอใคร

ถือเป็นอีกพรรคการเมืองที่กำลังถูกจับจ้องจากทุกสายตา คือ "รวมไทยสร้างชาติ" กับกระแสข่าว "นายกฯลุงตู่" เตรียมทิ้งบ้านเก่าอย่างพลังประชารัฐ เพื่อมาร่วมรบในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า (ชมคลิป)

 

โดย "พีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค" หัวหน้ารวมไทยสร้างชาติ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "เนชั่นทีวีออนไลน์" ต่อประเด็นการเมืองต่างๆ ที่กำลังถูกพูดถึงเวลานี้ "ผมไม่ตกปลา ผมตกปลาไม่เป็น ผมไม่เคยยุ่งกับใคร"เสียงยืนยันแรกต่อเรื่องการดึงส.ส.จากพรรคอื่นเข้าร่วมสังกัด 

 

ก่อนที่ "พีระพันธ์ุ" อัปเดตความพร้อม"พรรครวมไทยสร้างชาติ"จนถึงปัจจุบัน ถือว่าพร้อมมานาน ตั้งแต่วันเริ่มต้นตั้งพรรค เพราะเป็นพรรคการเมืองต้องมีความพร้อม ส่วนเรื่องการจัดตัวผู้สมัคร ก็มีความพร้อมมาตั้งแต่เริ่มในระดับหนึ่ง ถ้าไม่พร้อม คงไม่เปิด

 

เปิดใจ\"พีระพันธุ์\"ผมไม่ใช่นักตกปลา-ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ-ไม่ใช่เพื่อรอใคร

 

การตั้งเป้าในการส่งตัวผู้สมัคร คือ ครบ 400 เขต แต่การเมืองไม่แน่นอน สิ่งที่ตกลงไว้อาจเปลี่ยน วันจริง ครบหรือไม่ ว่ากันอีกที ส่วนบัญชีรายชื่อยังไม่พิจารณา เพราะที่สำคัญ คือ ส.ส.เขต เนื่องจากใกล้ชิดและทราบปัญหาประชาชน และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้น จะหาร 100 หรือ 500 ไม่มีปัญหา พรรควางเป้าไว้ที่เขต

 

ส่วนคนที่เข้ามาร่วมมาจากทุกที่ ทุกพรรค และทุกการเลือกตั้งก็มีปรากฏการณ์แบบนี้ แต่คนมาร่วม มาด้วยความสมัครใจ ไม่ได้ดึงใครมา และได้คุยกับหลายคนที่ย้ายเข้ามา บอกว่าสบายใจที่อยู่กับพรรคนี้ และชอบนโยบาย อาจคล้ายคำกล่าวที่ว่า "คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก"

 

อย่างไรก็ตาม การที่มีคนย้ายจากประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องธรรมดา เพราะอยู่ประชาธิปัตน์มา 30 ปี รู้จักคนในพรรคมาก และเวลาคนนั้นมีปัญหา ก็ต้องมาคุยกับคนรู้จัก หรือคนที่เคยใกล้ชิดกันก่อน ส่วนใครจะโจมตีอย่างไร ไม่สน ทำพรรคอย่างเดียว ไม่โจมตี แต่ถ้าใครโจมตี ไม่วอกแวก เพราะทุกคนมีสิทธิ์เข้าสนามการเมือง

 

เปิดใจ\"พีระพันธุ์\"ผมไม่ใช่นักตกปลา-ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ-ไม่ใช่เพื่อรอใคร

 

"พรรคเฉพาะกิจผมไม่เคยได้ยิน และผมไม่ใช่เฉพาะกิจ การทำพรรคไม่ได้มีผมคนเดียว แต่มีพรรคพวก พี่น้อง ถ้าทำพรรคเฉพาะกิจ ถามว่าคนที่มาจะมาหรือไม่ แต่ผมห้ามคนวิจารณ์ไม่ได้ เป็นหรือไม่อยู่ที่ตัวเราทำให้ดีอย่างที่เป็น ไม่ใช่กระแสที่คนวิจารณ์ และไม่ใช่สาขาของใคร ที่นี่มีรูปแบบบริหารจัดการไม่เหมือนที่อื่น พรรคมาสร้างวัฒนธรรมทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง และที่มาบอกว่าเป็นสาขา 2 แสดงว่ารวมไทยสร้างชาติ สร้างความหวั่นไหวให้หลายพรรค ไม่เช่นนั้นคงไม่พูดถึง" 

 

ส่วนยุทธศาสตร์เลือกตั้งนั้น "พีระพันธุ์" ยืนยันว่ามีหมดแต่ต้องเก็บไว้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ และคนตัดสินใจมาอยู่กับพรรค มองว่า ประการแรก นโยบาย ประการที่สอง ความรู้สึก และประการที่สาม ความมุ่งมั่นให้ชาติ เพราะพรรคไม่ได้ตั้งมา เพื่อแสวงหาประโยชน์บ้านเมือง จึงคิดว่าเป็นแม่เหล็กดึงคนให้มาทำงานอยู่ที่นี่

 

สำหรับเรื่องแคนดิเดตของพรรครวมไทยสร้างชาติ "พีระพันธ์ุ" ย้ำเสียงเข้มว่า ตามข้อบังคับพรรคเป็นหน้าที่กรรมการบริหาร และยังไม่ถึงเวลาพูด เพราะให้ความสำคัญกับ ส.ส.เขต 

 

"ชื่อ "บิ๊กตู่" เกี่ยวกับอะไรกับผม ท่านเป็นคนดี ผมไม่เคยรู้จักหรือเกี่ยวข้องมาก่อน แต่เมื่อได้เป็นที่ปรึกษา ผมสบายใจทำงานกับท่าน เพราะเคมีตรงกัน ชะตาชีวิตให้มาทำงานการเมือง และมาคุยกันเรื่องบ้านเมืองปัญหาประเทศ ไม่ได้คุยได้เรื่องการเมืองหรือคะแนนเท่านี้ ท่านอยู่ที่นี่หรือที่ไหน ก็เป็นประโยชน์ ส่วนโอกาส "บิ๊กตู่" กับ รทสช. ความทรงจำผมได้ยินครั้งสุดท้าย ท่านบอกผมยังอยู่กับพลังประชารัฐ แล้วจะให้ผมถามอะไร"

 

ส่วนเรื่องการลาออกของ "ดร.ไตรรงค์  สุวรรณคีรี" จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งวันที่ลาออกก็ไม่รู้ แต่ก็อยากรู้ เพราะรู้จักกันดี ก็พยายามติดต่อไป ซึ่งก็ติดต่อไม่ได้ แต่ไม่ได้เกี่ยวกับตน

 

เปิดใจ\"พีระพันธุ์\"ผมไม่ใช่นักตกปลา-ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ-ไม่ใช่เพื่อรอใคร

 

ฉะนั้น ข่าว 3 ป. เปลี่ยนเป็น 3 ต. หรือ (ตู่ + ตุ๋ย + ไตรรงค์) จึงเป็นการวิเคราะห์เกินเลย และเข้าใจไปเอง ดร.ไตรรงค์ จะมาแนะนำด้านเศรษฐกิจหรือไม่ ส่วนตัวไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้ถาม และเรื่องเหล่านี้ห้ามคนคิด คนพูดไม่ไดั ถึงเวลามาจริงไม่จริงค่อยว่ากัน

 

"ผมขอย้ำว่าไม่ได้ทำพรรครอใคร ไม่ได้ทำพรรครอนายกฯ เพราะถ้าทำแบบนั้น แล้วนายกฯไม่มา ทุกอย่างก็จบ แต่ทำพรรคเพื่อต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ลำบาก ตามแนวทางที่วางเอาไว้ และคนที่เข้าพรรคมาก่อนหน้านี้ ก็เข้ามาก่อนจะมีข่าว นายกฯประยุทธ์ จะมาร่วมงาน"  

คลิป >>> เปิดใจ "พีระพันธุ์" หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ