"บิ๊กเกรียง"เปิดใจเนชั่นหลังพักฟื้นครบ 90 วันจากฮ.จอดฉุกเฉิน (มีคลิป)
17 ต.ค. 2565

อดีตแม่ทัพภาค4 เปิดใจครั้งแรกกับเนชั่นทีวีหลังพักฟื้นตัวครบ 90 วัน จากเหตุเฮลิคอปเตอร์ลงจอดฉุกเฉินสงขลา พร้อมสะท้อนงานหินแก้ปัญหาชายแดนใต้
ข่าว
17 ต.ค. 2565

อดีตแม่ทัพภาค4 เปิดใจครั้งแรกกับเนชั่นทีวีหลังพักฟื้นตัวครบ 90 วัน จากเหตุเฮลิคอปเตอร์ลงจอดฉุกเฉินสงขลา พร้อมสะท้อนงานหินแก้ปัญหาชายแดนใต้
"พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์" ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เปิดใจครั้งแรก หลังพักรักษาตัวครบ 90 วัน ออกจากโรงพยาบาลมาทำงานปกติ หลังเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ลงจอดฉุกเฉินที่ อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อ 15 ก.ค. 65
"บิ๊กเกรียง" เล่าย้อนถึง "งานหิน" แก้ปัญหาไฟใต้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์ปิดล้อม ปะทะ วิสามัญฯ นับครั้งไม่ถ้วน แม้ด้านหนึ่งจะเป็นผลงานเด่น และฝ่ายความมั่นคงเรียกปฏิบัติการนี้ว่า "การบังคับใช้กฎหมาย"
แต่อีกด้านก็ถูกตั้งคำถามเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการไม่ยึดมั่นสันติวิธีด้วยเช่นกัน มุมมองของอดีตแม่ทัพในเรื่องนี้เป็นอย่างไร ติดตามได้ในสัมภาษณ์เปิดใจครั้งนี้
หลังจากที่มีการเปลี่ยนตัวให้ "พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค" มานั่งเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 4 สานต่อภารกิจดับไฟใต้แทน พล.อ.เกรียงไกร อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้ขยับตำแหน่งขึ้นไปเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาของ พล.อ.เกรียงไกร ขณะดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดใจผ่านรายการ "ตัวจริงสนามข่าว" กับการดำเนินการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งสะท้อนถึงสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไรบ้าง
การแก้ปัญหาไฟใต้ 2 ปีที่ผ่านมา
ผมคิดว่ามีความก้าวหน้าในการทำงานตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ในยุทธศาสตร์ 20 ปี ประเด็นที่สำคัญความต่อเนื่องของนโยบายโดยเฉพาะการน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และที่เราดำเนินการมาในห้วง 2 ปี ผมเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการเข้ามามีบทบาท ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มมายิ่งขึ้น
โดยเฉพาะการเปิดเวทีไม่ว่าจะเป็นเวทีสภาสันติสุขตำบล นำมาสู่เวทีประชาธิปไตยตำบล คณะที่ปรึกษาของคณะพูดคุยที่เราเปิดโอกาสให้กลุ่มเห็นต่างและกลุ่มภาคประชาสังคมต่างๆ พี่น้องประชาชนทั้งพุทธมุสลิม 8 -9 กลุ่ม ได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็น ได้มีโอกาสในการรับรู้ในนโยบายของรัฐที่จะต้องนำไปสู่การปฏิบัติ ได้มีโอกาสในการสะท้อนความต้องการของพี่น้องประชาชน
ปิดล้อม ปะทะ จบด้วย วิสามัญฯ นักสิทธิฯ ตั้งคำถามสันติภาพอย่างไร
เรื่องของการวิสามัญฯ มันไม่มีความปรารถนาในเจ้าหน้าที่รัฐเลย เราต้องการสันติสุข เราไม่ต้องการความรุนแรง แต่กรณีที่เกิดวิสามัญฯ ขึ้นมา เราก็พยายามยอย่างดีที่สุด อดทน อดกลั่น เราก็จะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นการปิดล้อมตรวจค้น เราก็จะมีจากเบาไปสู่หนัก มีการพูดคุยให้ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำทางศาสนา ให้พ่อแม่ญาติพี่น้องผู้ใหญ่บ้าน กำนัน มาช่วยพุดคุยหว่านล้อม ก็หลายเคส หลายกรณีมีความสำเร็จ มีการเดินออกมาแล้วหาแม่โอบกอดกันอย่างดีใจน้ำตาหลั่งไหล ก็ไม่เกิดการสูญเสีย
เราเข้าใจในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนต่างๆ ที่ท่านพยายามเตือน ท่านพยายามที่จะให้สติกับเจ้าหน้าที่ อันนี้คือสิ่งที่เราเฆี่ยนตีกัน เจ้าหน้าที่คุณจะต้องไม่ทำอย่างนั้น จะต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เราก็พยายาม แล้วเราก็จะถ่ายทอดไปสู่ผู้ปฏิบัติหน้าแนว ว่า เฮ้ย ไม่ได้นะ ไม่ได้นะ ไม่ได้นะ พอเราโดนยิงสวนกลับมา เราสูญเสีย มันอยู่ในเหตุที่จะต้องมีการดำเนินการ ไม่เช่นนั้นแล้ว เรื่องของการบังคับใช้กฎหมายก็ไม่มีประสิทธิภาพ ผมขอย้ำนะว่า ไม่มีความปรารถนา ไม่ว่าจะยุคใด สมัยใดก็แล้วแต่ในการที่จะไปวิสามัญฯ
วิสามัญฯ กระบวนการทำความเข้าใจ เพื่อไม่ให้เกิดวงจร "แก้แค้น-ไม่พอใจ"
เราก็ดูแล เราก็มีมวลชนของเรากลุ่มหนึ่ง ที่จะเข้าไปทำความเข้าใจ และก็มีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ ที่ผมนำเรียนก็คือ ในห้วงการประชุมสภาประชาธิปไตยตำบล หรือสภาสันติสุขตำบล เราก็ได้มีการชี้แจงเกิดเหตุที่ตรงไหน เราก็จะเข้าไปเปิด ไม่ต้องรอให้ครบเดือน เราก็จะเข้าไปเปิดโอกาส เปิดสภาสันติสุขตำบล เปิดสภาประชาธิปไตยตำบล เพื่อให้พี่น้องเหล่านั้นได้มีโอกาสมาพูดคุย แล้วเราก็ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเพื่อที่จะทำความเข้าใจ
ทั้งในส่วนหนึ่งก็มีพี่น้องมวลชนที่เข้าใจวิธีการปฏิบัติงานได้ดี เป็นตัวเชื่อมระหว่างเรากับผู้สูญเสีย ผู้เสียหาย ว่าเราจะทำอย่างไรกับเขา ครอบครัวเขาเป็นอย่างไร มีความต้องการในขั้นต้นในรื่องใดบ้าง ซึ่งจริงๆเราไม่อยากให้เกิด ผมเองก็หลายกรณีด้วยกัน แทบทุกกรณี ความสูญเสียส่วนหนึ่งผมต้องเข้าไปดู กระทำโดยที่เราไม่ค่อยได้สื่อสารประชาสัมพันธ์ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องไปสื่อสารประชาสัมพันธ์ว่า เราไปเยียวยา เราไปดูแล้วเขาอย่างนั้น อย่างนู้น มันเป็นหน้าที่ของเราที่เราจะต้องทำ ให้พี่น้องเหล่านั้นได้เข้าใจ
ซึ่งก็เป็นปกติธรรมดามีบางครอบครัวก็เข้าใจ บางครอบครัวก็ไม่เข้าใจ ที่สำคัญก็จะมีคนเห็นต่างบ้างส่วนก็ปกติธรรมดาในเรื่องของความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป พยายามที่จะสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไป ก็ไม่เป็นไรเราก็ต้องไม่ละความพยายาม ก็จะต้องใช้ความพยายามของเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้ความอดทนอดกลั้นในการที่จะเข้าไปเพื่อที่จะเยียวยาเขา
ข่าวล่าสุด