นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ พรรคจะยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น ผลพวงการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ วาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ยังไม่ครบ 8 ปี
ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านได้นัดหารือกันอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 10 ต.ค. เพื่อสรุปประเด็นการอภิปราย และร่างญัตติขอเปิดอภิปรายเสนอต่อประธานสภาฯ โดยจะร่างญัตติให้แล้วเสร็จในช่วงปิดสมัยประชุมนี้ เพื่อจะยื่นต่อประธานสภาฯ ทันทีที่เปิดสมัยประชุม ซึ่งหวังจะให้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม มั่นใจร้อยละ 90 รัฐบาลจะยุบสภาหลังประชุมเอเปค เนื่องจากมีเงื่อนไข 2 เรื่องหลัก คือ เมื่อผู้มีอำนาจเห็นว่าได้เปรียบทางการเมือง ก็จะยุบสภา และอีกกรณี คือ ประชาชนไม่ต้องการให้รัฐบาลนี้รักษาอำนาจนาน รวมถึงจะต่อต้านขอคืนอำนาจ ซึ่งประเด็นนี้จะทำให้ยุบสภาได้เร็วขึ้น
"แม้ใจอยากจะอยู่ครบเทอม และไม่กังวลว่าจะยุบสภาและรักษาการยาว แต่กังวลเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ยังไม่ประกาศใช้ เพราะหากรัฐบาลต้องประกาศพระราชกำหนดเกี่ยวกับการเลือกตั้งออกมา อาจจะจะกระตุ้น หรือเติมเชื่อไฟให้ผู้ต่อต้านนำไปสู่ความวุ่นวายได้" หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุ