แต่ปัจจัยการอยู่ยาวของ "พล.อ.ประยุทธ์" ตั้งแต่ปี 2557 นั้น เรียกได้ว่าเป็นตัวแปรหลักที่คล้ายเป็นบูมเมอแรงต่อ "พล.อ.ประยุทธ์" โดยตรง เหตุนับตั้งแต่การยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม2557 ถึงปัจจุบัน " พล.อ.ประยุทธ์" รับตำแหน่งนายกฯมายาวนานไม่แพ้ "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่พบว่า "ลุงตู่" มีความแตกต่างกับ "ป๋าเปรม" คือ แม้ตอนนั้นจะมีกระแสเบื่อป๋า
แต่เมื่อ"ป๋าเปรม" เอ่ยวาทะ "ผมพอแล้ว" กลับพบว่า "ป๋าเปรม" ยังคงความนิยมไม่เสื่อมคลาย ขณะที่ "พล.อ.ประยุทธ์" อยู่ในตำแหน่งยาวไม่น้อยกว่า "ป๋าเปรม" แต่ไม่ได้รับความนิยม และตอนนี้สังคมอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง -ความสดใหม่ มาบริหารประเทศบ้าง
อีกปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้ คือ คะแนนเสียงจากพรรคการเมือง ที่พร้อมสนับสนุน"พล.อ.ประยุทธ์ พบว่า วันนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะบางพรรคมองจากความต้องการของสังคม บางพรรคมีการดีลร่วมสร้างความเข้มแข็ง
หรือแม้แต่ พรรคใหญ่ที่เคยสนับสนุน"พล.อ.ประยุทธ์" เริ่มแปรเปลี่ยน "ไม่เอาประยุทธ์" แต่อาจพุ่งเป้าไปที่ "พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" แทน ด้วยลีลาของ "ลุงป้อม" ที่พบในวันนี้ไม่น้อยหน้าคีย์แมนพรรคต่างๆ เช่น การดีลกับพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้านได้ ซึ่งโดยข้อเท็จจริง สังคมทางการเมืองทราบกันดีว่า"พล.อ.ประวิตร"เป็นที่ยอมรับในมวลหมู่การเมืองมากกว่า"พล.อ.ประยุทธ์"
อีกทั้งวิธีการปั่นกระแส "พล.อ.ประวิตร" ในห้วงที่ "พล.อ.ประยุทธ์" หยุดปฏิบัติหน้าที่ พบว่า " ลุงป้อม" กระแสนิยมดีกว่าผลคาดการณ์ ถึงขั้นอาจประคับประคอง"พรรคพลังประชารัฐ" ไว้ให้พอแตะ 150 ส.ส.ไว้ได้บ้าง
หลายคนอ่านผลโพลล์หลากสำนักตอนนี้ และพยากรณ์ไว้แล้วว่า "พปชร."อาจได้รับผลเลือกตั้งพ่ายแพ้ทางการเมืองในอนาคต (พรรคไม่ติดอันดับ 1 หรืออันดับ 2 ที่จะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลใหม่ ) แต่ พปชร. สามารถกลับมาร่วมกับพรรคต่างๆ ร่วมเป็นรัฐบาลได้อีกครั้ง เพราะการอาศัยตัวดีลเบอร์ใหญ่ที่มีบารมีอย่าง"พล.อ.ประวิตร"
ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ คือบทสรุปว่า แม้ "พล.อ.ประยุทธ์" จะรอดพ้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อันเป็นด่านหินมาได้ ทำให้"ลุงตู่"ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยสามารถเป็นประธานประชุมเอเปก 2022 สามารถจับมือผู้นำระดับโลกได้
ทว่า การบริหารสถานการณ์บ้านเมือง ในห้วงเวลา 6 เดือนที่เหลือ น่าจะเพียงพอและภาคภูมิใจได้แล้วกับการทำหน้าที่ผู้นำประเทศครบวาระสำหรับ"ลุงตู่"
แต่ภายหลังเลือกตั้งทั่วไป หาก"ลุงตู่"คิดจะไปต่อ ฟันธงตรงนี้ได้เลย "ยากถึงยากที่สุด" ในการถึงฝั่งฝันสำหรับเก้านายกฯสมัยที่สาม