นอกจากนี้ เชฟบุญธรรม ยังบอกด้วยว่า ส่วนตัวมีนโยบายที่จะทำให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายพัฒนาอาชีพและรายได้ของชาวบ้านซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรให้มั่นคงขึ้น คือ โครงการให้ "ผักขะแยง" หรือ "ผักกะแยง" ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านที่ชาวอีสานรู้จักกันเป็นอย่างดี ให้เป็น "ผักขะแยงผง" ซึ่งผักขะแยงเป็นผักที่ปลูกง่าย มีกลิ่นหอมฉุน ชาวบ้านมักนำมาใส่ในอาหารคาวประเภท ต้ม-แกง และอื่นๆ รวมทั้งการกินเป็นผักเครื่องเคียง
"ผมได้คิดและเล็งเห็นว่า หากสามารถพัฒนาผลักดันให้ผักชนิดนี้เป็นผักขะแยงผงได้ โอกาสที่จะดันผักนี้เดินทางไปสู่ตลาดต่างประเทศ ก็จะทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรตามไปด้วย ดังนั้น ผมจึงได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการพัฒนาและทำการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาและแปรรูปผักขะแยง จากผักธรรมดาให้เป็น "ผักขะแยงผง" เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการนำไปใช้ปรุงอาหาร และง่ายต่อการทำตลาดทั้งทั้งในและต่างประเทศ"
นอกจากนี้ เชฟบุญธรรม บอกด้วยว่า นอกจากจะสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารคาวเพื่อสร้างกลิ่นที่ชวนรับประทานแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เช่น ชา และอื่นๆ ได้อีกด้วย ซึ่งหากพัฒนาได้สำเร็จ โอกาสที่จะผลักดันผักขะแยงเข้าสู่ตลาดสากล ก็จะง่ายขึ้น เพราะในฐานะเป็นเชฟอาหารญี่ปุ่น ได้เดินทางไปหลายประเทศ ซึ่งไม่ต่ำกว่า 6 ประเทศ หากโครงการนี้สำเร็จสามารถนำไปเข้าสู่ตลาดได้เลย
"ปัจจุบันผมได้ให้ ม.อุบลฯ เป็นผู้ดำเนินการไปหลายเดือนแล้ว โดยเฉพาะในแง่ของการศึกษาวิจัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทั้งในแง่การใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และสะดวกต่อการใช้กับอาหารทั่วไป หากโครงการประสบความสำเร็จในอนาคต จะนำไปสู่การส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกผักขะแยงกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันได้ต่อไป"
สำหรับประวัติ "เชฟบุญธรรม"
เป็นคนพื้นเพ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี โดยปัจจุบันอายุ 49 ปี
โดย "เชฟบุญธรรม" เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคม จากการเข้าร่วมแข่งในรายการอาหารจนสามารถคว้าแชมป์มาครอบครองหลายสมัย ก่อนขยับตัวมาเป็นเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นอีกหลายสาขาในกรุงเทพ ภายใต้แบรนด์ "ฮอนโมโน" และปัจจุบัน ยังเป็นเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น ชื่อ "โอชิเน" ซึ่งกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ
นอกจากในเรื่องของอาหารแล้ว "เชฟบุญธรรม" ยังเป็นเจ้าของค่ายมวยไทย ชื่อว่า "ศิษย์เชฟบุญธรรม" ที่หวังสร้างนักชกภูธร ขึ้นสู่นักชกมืออาชีพ กระทั่งช่วงปี 2562-2563 ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ในแวดวงมวยไทย ให้เป็นโปรโมเตอร์จัดมวยไทย ที่เวทีมวยราชดำเนิน จนสามารถสร้างประวัติศาสตร์การจัดชกมวยไทย ที่สามารถเก็บค่าเข้าชมได้มากที่สุด
กระทั่งช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 "เชฟบุญธรรม" ได้ลาออกจากการเป็นโปรโมเตอร์มวยไทย ที่เวทีราชดำเนิน และหันมาจัดชกมวยไทยออนไลน์ เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนโดยจัดให้ชมฟรีผ่านระบบออนไลน์ในนาม "ศึกเชฟบุญธรรม มวยไทยออนไลน์"