background-defaultbackground-default
ชำแหละเอกสารหลุดปม "8 ปีนายก"  มือกฎหมายขั้นเทพ "มีชัย" ให้ "บิ๊กตู่" ได้ไปต่อ

สองนักวิชาการจากรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ร่วมชำแหละ"เอกสารหลุด" ที่อ้างว่าเป็นคำชี้แจงของปรมาจารย์ทางกฎหมาย "มีชัย ฤชุพันธ์ุ" ต่อปม "นายกฯ 8 ปี " ติดตามได้ที่นี่ (มีคลิป )

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

"รายการคมชัดลึก" โดยวราวิทย์ ฉิมมณี พิธีกรรายการ สัมภาษณ์ แขกรับเชิญ "รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว" คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา "รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน" คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในประเด็น เอกสารหลุด "มีชัย" ให้ "บิ๊กตู่" ไปต่อ

 

ชำแหละเอกสารหลุดปม "8 ปีนายก"  มือกฎหมายขั้นเทพ "มีชัย" ให้ "บิ๊กตู่" ได้ไปต่อ

 

นักกฎหมายสวน “มีชัย” กลับความเห็นไม่น่าเชื่อถือ  

 

"มุนินทร์ พงศาปาน" - ถ้าเอกสารที่ถูกเผยแพร่ออกมาเป็นเอกสารที่แท้จริง ตั้งแต่ตัวความเห็นของคุณมีชัยที่ให้กับศาลรัฐธรรมนูญเป็นเอกสารที่แท้จริง รายงานการประชุมครั้งที่ 500 เป็นเอกสารที่แท้จริง แล้วเอกสารหลังสุดเป็นเอกสารที่แท้จริง เราก็จะเกิดคำถามกับเอกสารที่เป็นความเห็นของ"คุณมีชัย"ที่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญว่ามันมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะว่าวางอยู่บนข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน

 

อย่างที่ได้นำเสนอไป ว่า"คุณมีชัย"เข้าใจว่าการประชุมครั้งที่ 500 มันเป็นครั้งสุดท้าย จริงๆแล้วไม่ใช่ครั้งสุดท้ายจริงๆไม่ใช่ครั้งสุดท้าย จริงๆเป็นครั้งที่ 501 เป็นครั้งสุดท้าย ครั้งที่ 501 ก็มีการรับรองรายงานการประชุมนั้นหมายความว่ากรรมการร่างทุกคนก็เห็นพ้องด้วยว่าทุกอย่างถูกต้อง ที่มีการประชุมไปครั้งที่ 500 

 

"รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน" คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

ในส่วนตัวของผมมองว่านี่มันเป็นปัญหาใหญ่มากทำให้ในทางกฎหมายต้องถือว่าพยานหลักฐานที่ให้ไปมันไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเองก็จะต้องพิจารณาอย่างหนักในเรื่องของการรับฟังพยานหลักฐาน

 

แต่ที่น่าสนใจมากพอๆกัน ก็คือข้อความในรายงานความเห็นของ"คุณมีชัย" ที่เสนอไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ "คุณมีชัย"จะพูดในประเด็นที่ว่ารัฐธรรมนูญปี 60 ไม่มีผลย้อนหลังใช่ไหมครับ ผมเคยให้ความเห็นไว้ว่าจริงๆแล้ว ในการตีความนับอายุ 8 ปีมันจะมีเอกสารอยู่ 3 ชิ้นด้วยกัน ที่มจะมีความสำคัญมากที่ช่วยในการตีความ

 

 "รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน" คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

เอกสารฉบับแรกก็คือตัวรัฐธรรมนูญเองมาตรา 158 และก็มาตรา 264 ส่วนนี้"คุณมีชัย" พยายามแก้ว่าจริงๆแล้วมาตรา 264 ไม่ได้ตีความแบบนั้นอย่างที่เราพยายามนำเสนอ เพราะฉะนั้นแล้วมันจะไม่นับระยะเวลาก่อนปี 60  

 

เอกสารชุดที่สองที่ช่วยในการตีความ คือ ตัวบันทึกหลักการและเหตุผลของรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็มีไว้ว่าระยะเวลา 8 ปี มีเพื่ออะไร ตรงนี้น่าสนใจมากในบันทึกความเห็นของ"คุณมีชัย"ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย เรื่องของการป้องกันการผูกขาดอำนาจเป็นสิ่งที่เราไม่เห็นในคำชี้แจงจากตัวบันทึกคำให้การของคุณมีชัย  ซึ่งตรงนั้นอาจจะต้องพูดถึงนะ ผผมคิดว่ามันต้องพูดถึงวัตถุประสงค์เจตนารมณ์คืออะไร แล้วถ้าเกิดพิจารณาครอบคลุมกับมาตรา 158 หรือมาตรา 264 แล้วมันจะต้องเป็นยังไงก็ไม่พูดถึงเลย

 

เอกสารชิ้นที่สามก็คือรายงานการประชุมของคณะกรรมการร่างครั้งที่ 500  ตรงส่วนนี้"คุณมีชัย"บอกว่า จดผิดแล้วก็เป็นครั้งสุดท้าย ปรากฎว่าถ้ามันจริงอย่างที่รายงานฉบับ 501 ได้ถูกนำเสนอออกมา ก็แสดงว่าในส่วนที่สาม"คุณมีชัย"เข้าใจผิด เพราะฉะนั้นในภาพรวมถือว่าความเห็นของ"คุณมีชัย"ที่อยู่ในเอกสารที่เราเห็นก็เป็นความเห็นที่อยู่บนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนะครับ

 

นับวาระรธน.ปี 60 ทางลง “บิ๊กตู่” เปิดทาง ”บิ๊กป้อม”

 

"โอฬาร ถิ่นบางเตียว" - ถ้าดูโครงสร้างทางการเมืองตอนนี้ เราเริ่มเห็นกลุ่มต่างๆที่หนุน"พล.อ.ประยุทธ์"ก็อยากให้"พล.อ.ประวิตร"อยู่ต่อ ในขณะที่กองเชียร์"พล.อ.ประวิตร" มีความชัดเจนที่อยากให้"พล.อ.ประวิตร" ปรับความสัมพันธ์หรือดุลอำนาจทางการเมืองเพื่อที่จะเป็นคุณกับตัวเอง แต่ถ้าข้อเสนอหรือว่าเหตุผลของ"อาจารย์มีชัย"ถูกพิจารณา เป็นส่วนหนึ่งในการพิพากษาตัดสินของรัฐธรรมนูญ แปลความว่า"พล.อ.ประยุทธ์"อยู่ต่อได้อีก 2 ปี แล้วจะมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่นอน เพราะว่าถ้าพรรคพลังประชารัฐยังยืนยันที่จะเสนอชื่อ"พล.อ.ประยุทธ์"ต่อ ซึ่งอันนี้ต้องทำให้คิดหนักว่าจะไปต่อยังไงในเมื่อไปได้แค่ 2 ปี ซึ่งผมคิดว่าจะทำให้ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นทางลง"พล.อ.ประยุทธ์"ด้วย ถ้าความคิดของอาจารย์มีชัยมีผลหรือเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษา ทำให้พล.อ.ประยุทธ์คิดต่อว่าถ้าอยู่ 2 ปี จะมีผลต่อตัวท่านเองอย่างไรและมีผลต่อพรรคที่จะเสนอชื่อท่านเป็นแคนดิเดตนายกฯหรือไม่อย่างไร ซึ่งก็ทำให้เห็นว่ากลุ่มพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคสำคัญที่จะชูท่านเป็นนายกฯ ต้องประเมินว่าระยะยาวในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเสนอผู้ใด

 

"รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว" คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
 

วราวิทย์ - อาจารย์พูดเหมือนเป็นไปได้ท่านอาจจะวางมือตั้งแต่ปี 66 ถ้าครบอายุของรัฐบาลชุดนี้ เพราะว่า 2 ปีคนที่จะลงเลือกตั้งก็ต้องคิดให้หนัก

 

อ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว - ใช่ครับ เพราะถ้าท่านยังดื้อจะไปต่อก็จะกลับมาสู่ปัญหาเดิมก็คือ ปัญหาเรื่อง 8 ปีของท่านกลับมาอีกรอบนึง แล้วมันจะเป็นปัญหาในเมื่อรัฐบาลอยู่ต่อได้แต่นายกฯครบ 8 ปีครับ

 

ตอนนี้ถ้าอยู่ได้ถึงปี 68 ตอนนี้ในระยะรักษาการทำได้แค่รักษาการปกติไม่สามารถปรับดุลอำนาจอะไรได้แน่นอน แต่จะต้องเริ่มหลังจากการหมดวาระลงของรัฐบาลชุดนี้หรืออาจจะยุบสภา ในส่วนนี้ตีคู่ขนานกันไปพยายามปรับโครงสร้างอำนาจของพรรค เช่นสัญญาณบางอย่างเริ่มระดมทรัพยากร ระดมบุคคลกลับมาอยู่พรรคเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้า

 

"รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว" คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

 

แต่แน่นอน เมื่อ "พล.อ.ประยุทธ์" ไปไม่ได้ ก็ต้องเป็นคนอื่นอาจจะเป็น"พล.อ.ประวิตร"เอง ซึ่งเราเห็นสัญญาณการเมืองที่ออกมาในบรรดาคนรอบข้างกองเชียร์พยายามจะยืนยันหรือพยายามจะส่งเสริมว่าพล.อ.ประวิตรนี่หล่ะ สามารถที่จะนำพาประเทศได้ เราเห็นสัญญาณจากการเป็นนายกฯรักษาการ และเราเห็นกลุ่มกองเชียร์ต่างๆ รวมไปถึงเราเห็นจังหวะก้าวทางการเมืองของพรรคการเมืองหลายๆพรรค

 

สังเกตไหมว่าถ้าเป็นพรรคฝ่ายค้านโจมตี"พล.อ.ประยุทธ์"อย่างรุนแรง แต่มาระยะหลังเริ่มมีระยะห่างเริ่มที่จะมอง"พล.อ.ประวิตร"หรือวิพากษ์วิจารณ์แบบทะนุถนอมมากขึ้น เห็นสัญญาณทางการเมืองที่เกิดขึ้นว่า ทุกคนอาจจะเห็นตรงกันว่า"พล.อ.ประยุทธ์"ไปได้แค่นี้แต่ข้างหน้าต้องเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะไม่มีท่านอยู่ ผมขึ้นว่ากองเชียร์"พล.อ.ประยุทธ์"ต้องเข้าใจเงื่อนไขทางการเมืองว่ามันมาสิ้นสุดได้แค่นี้จริง ถึงแม้จะไปได้อีก 2 ปี คือปี 68 แต่จะทำให้รัฐบาลข้างหน้ามีปัญหาพอสมควรที่นายกฯอยู่ไม่ครบวาระอีก

 

ชมคลิป >>>

 

 

ทั้งนี้คุณผู้ชมสามารถติดตามรายการคมชัดลึกได้ทุวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 15.15-16.00 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด