นอกจากนี้ ยังได้เตรียมการแนวทางการประสานงาน เพื่อการอพยพ ประชาชนในกรณี ภาวะฉุกเฉิน หากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน เพื่อช่วยเหลืออพยพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมประสานศูนย์ดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่มีการจัดตั้งขึ้นโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบล(อบต. )และจังหวัด รวมทั้งได้วางแผนระยะยาว ที่จะเก็บกักปริมาณน้ำที่มีมาก มาใช้ยามช่วงน้ำแล้งด้วย
อย่างไรก็ตาม พรรคพลังประชารัฐ ไม่เคยนิ่งนอนใจในการทำงานลงพื้นที่ และติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนต่างๆเพื่อรายงานผลไปยังผู้นำชุมชน และชุมชน ให้มีการเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วงที่มีพายุเข้าสู่ประเทศไทย และฝนตกหนักติดต่อกัน เห็นได้จาก อิทธิพลพายุ”มู่หลาน” ที่สร้างผลกระทบให้กับบ้านเรือนในหลายพื้นที่ ในภาคเหนือ ซึ่งพล.อ.ประวิตร ได้ลงพื้นที่ และมีการเร่งแผนฟื้นฟู ระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย ให้กลับมาใช้ได้ปกติ โดยได้เร่งอาศัยการเบิกเงินจากสำนักงานงบประมาณ ช่วยเหลือจังหวัดเพิ่มเติม ควบคู่ไปกับให้ ส.ส.พปชร. ในพื้นที่ใกล้เคียง ติดตามความช่วยเหลือในเรื่องการสนับสนุน สิ่งของจำเป็น ที่เป็นความต้องการอย่างแท้จริง