อ่าน 2 มุมมอง นักกฎหมายใหญ่ ตีความประเด็น "วาระดำรงตำแหน่งนายกฯ"
19 ส.ค. 2565 | teerawat_pra

จับตา เค้าลางคำวินิจฉัย "ศาลรัฐธรรมนูญ" ดูได้จากการใช้ดุลยพินิจ ต่างมุมมอง"วาระดำรงตำแหน่งนายกฯ" จบวันที่ 23 สิงหาคมนี้ หรือไม่?
ข่าว
19 ส.ค. 2565 | teerawat_pra

จับตา เค้าลางคำวินิจฉัย "ศาลรัฐธรรมนูญ" ดูได้จากการใช้ดุลยพินิจ ต่างมุมมอง"วาระดำรงตำแหน่งนายกฯ" จบวันที่ 23 สิงหาคมนี้ หรือไม่?
ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมือง ในการตีความ "วาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี" 8 ปี ต้องรอฟังคำวินิจฉัย "ศาลรัฐธรรมนูญ" วาระแห่งชาติเช่นนี้ จะจบในวันที่ 23 สิงหาคมนี้หรือไม่ คอข่าวต้องติดตาม
ชวนคนการเมืองร่วมโฟกัส ที่ความเห็นล่าสุดของนายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารองนายกฯ เผยว่า คงยังคงมั่นใจว่า วาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะครบ 8 ปี ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ และต้องดำเนินการสรรหานายกรัฐมนตรี คนใหม่ หาก ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่ทำถือว่ามีความผิดตามมาตรา 157
จับตาที่เฟจเฟซบุ๊กส่วนตัวของ ของ ไพศาล พืชมงคล มีเนื้อหาใจความระบุไว้ว่า
..
เมื่อวาระ 8 ปีครบลงในวันที่ 23 สิงหาคม 65 เวลา 24:00 น.
ผู้ที่มีหน้าที่สำคัญที่สุดคือประธานรัฐสภา ที่จะต้องเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาสรรหานายกรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ
ถ้าไม่ทำหน้าที่นี้ จะต้องรับผิดทางกฎหมายทั้งในทางอาญาในทางจรรยาบรรณและการละเมิดต่อรัฐธรรมนูญ
จับตาดูว่าประธานรัฐสภาจะว่าอย่างไรในเรื่องนี้ เพราะนี่คือหน้าที่และความรับผิดชอบของประธานรัฐสภาโดยตรง
แต่ถ้าเห็นว่ามีปัญหาต้องตีความก็เป็นหน้าที่ของประธานรัฐสภาที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ครบถ้วนทุกประเด็นปัญหา
ส่วนการที่สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อกันขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น ก็เป็นสิทธิในส่วนของสมาชิกรัฐสภาที่จะทำได้ ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ
และในเรื่องนี้คงไม่ต้องใช้เวลามาก เพราะใช้เอกสารหลักฐานและการอ้างอิงน้อยมาก
เอกสารที่ว่าประกอบด้วย
- พระบรมราชโองการในรัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯตั้งพลเอกประยุทธ์เป็นนายกเมื่อ 24 สิงหาคม 57
- มติที่ประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญ ทั้งชุด โดยเฉพาะมติที่ประชุมว่าด้วยเจตนารมณ์ของมาตรา 158
3 อ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีนายสิระ เจนจาคะ และในเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินของพลเอกประยุทธ์ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเรียกและนำสำนวนทั้ง 2 เรื่องนั้นมาประกอบการพิจารณา เพราะเป็นบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยให้รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับกับกรณีนายสิระถูกจำคุกในปี 2538 และ กรณีการไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 57 จึงไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินตามกฎหมาย ปปช.
ส่วนข้ออ้างตามกฎหมายก็ต้องอ้างมาตรา 264 ประกอบมาตรา 158 เป็นข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา
ถ้าดำเนินการโดยถูกต้องครบถ้วน ในชั้นรับคำร้อง
ศาลสามารถสั่ง ให้มีการปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติใดๆก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยก็ได้ ซึ่งจะป้องกันปัญหาในอนาคตได้มาก
ขณะที่ทางด้าน นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เผยกับสื่อดัง คมชัดลึก ใจความระบุว่า
"การสั่งให้ปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติใดๆ ไม่มีบัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการพิจารณาคดี ของศาลรัฐธรรมนูญ แต่สามารถใช้ดุลยพินิจได้ ซึ่งที่ผ่านมา ยังไม่เคยปรากฏว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ได้เคยใช้ดุลยพินิจ สั่งการให้ข้าราชการระดับสูงหยุดปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างการพิจารณา เพราะการใช้ดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นเค้าลางของคำตัดสินได้"