CENTCOM รอไฟเขียวทรัมป์ ส่อเปิดศึกถล่มอิหร่าน จับตาฤกษ์ 'คืนเดือนมืด'
06 พ.ย. 2569 | apirak_pra

ฟ็อกซ์นิวส์เผย โดนัลด์ ทรัมป์ ถกฝ่ายความมั่นคงจ่อเคาะปิดจ็อบสงครามอิหร่าน ยุติโครงการนิวเคลียร์ถาวร จับตาฤกษ์คืนเดือนมืด 9 พ.ย. นี้ CENTCOM พร้อมลุย
ข่าว
06 พ.ย. 2569 | apirak_pra

ฟ็อกซ์นิวส์เผย โดนัลด์ ทรัมป์ ถกฝ่ายความมั่นคงจ่อเคาะปิดจ็อบสงครามอิหร่าน ยุติโครงการนิวเคลียร์ถาวร จับตาฤกษ์คืนเดือนมืด 9 พ.ย. นี้ CENTCOM พร้อมลุย
KEY
POINTS
สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางส่อเค้าทวีความรุนแรงถึงขีดสุด เมื่อสำนักข่าวฟ็อกซ์ นิวส์ (Fox News) รายงานอ้างอิงคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดทำเนียบขาวหารืออย่างเคร่งเครียดร่วมกับคณะทำงานด้านความมั่นคงแห่งชาติติดต่อกัน 2 วันเต็ม เพื่อตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่านหรือไม่ ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงชี้สัญญาณจับตาคืนวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งตรงกับปรากฏการณ์ "คืนเดือนมืด" อันเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการโจมตีทางยุทธวิธีมากที่สุด
รายงานข่าวระบุว่า การประชุมลับที่ทำเนียบขาวมีขึ้นตลอดทั้งวันพุธและวันพฤหัสบดี (4–5 พฤศจิกายน) ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเปิดเผยว่า วันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นช่วงคืนเดือนมืดในตะวันออกกลาง ท้องฟ้าจะไม่มีแสงจันทร์หรือมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งในทางยุทธศาสตร์การทหาร สภาวะดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาที่เอื้ออำนวยอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติการจู่โจมทางอากาศและการใช้เทคโนโลยีตรวจจับเพื่อทำลายเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชน ณ ห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) อย่างตรงไปตรงมาว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังจะ "ตัดสินใจ" เรื่องทิศทางของสงครามครั้งนี้ในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งตั้งคำถามเชิงยุทธศาสตร์ว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องเปิดฉากโจมตีรอบใหม่เพื่อปิดฉากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างถาวรจนไม่สามารถฟื้นกลับมาได้อีกเลยหรือไม่
"ผมไม่อยากทำลายส่วนที่เหลือของประเทศนั้น หากเป็นไปได้ แต่บางทีผมอาจจำเป็นต้องทำ เดี๋ยวพวกคุณก็จะได้รู้กันในเร็วๆ นี้" ทรัมป์ กล่าวเตือนอย่างดุดัน
ขณะนี้ ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (U.S. Central Command - CENTCOM) ซึ่งรับผิดชอบดูแลภารกิจทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมในขั้นตอนสุดท้าย สำหรับการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในอิหร่านแล้ว แต่ยังคงตรึงกำลังเพื่อรอสัญญาณและคำสั่งปฏิบัติการใหม่จากทำเนียบขาว
อย่างไรก็ดี แผนการทางทหารของสหรัฐฯ อาจเผชิญแรงเสียดทานจากชาติพันธมิตรในภูมิภาค เมื่อ นายอาลี ฟาเลห์ อัล-ไซดี นายกรัฐมนตรีอิรัก ได้กล่าวยืนยันอย่างหนักแน่นระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า ดินแดนและน่านฟ้าของอิรักจะต้องไม่ถูกนำไปใช้เป็นฐานที่มั่นหรือเส้นทางผ่านในการเปิดฉากโจมตีประเทศเพื่อนบ้านอย่างเด็ดขาด