ผวา ก็อดซิลลา เอลนีโญ ก่อตัวในแปซิฟิก เสี่ยงรุนแรงสุดรอบพันปี
29 ก.ย. 2569 | apirak_pra

วิกฤตสภาพอากาศโลกสุดขั้ว! เตือนภัย "ก็อดซิลลา เอลนีโญ" ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก ชี้อุณหภูมิน้ำทะเลพุ่งสูง เสี่ยงรุนแรงทุบสถิติในรอบ 1,000 ปี
ข่าว
29 ก.ย. 2569 | apirak_pra

วิกฤตสภาพอากาศโลกสุดขั้ว! เตือนภัย "ก็อดซิลลา เอลนีโญ" ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก ชี้อุณหภูมิน้ำทะเลพุ่งสูง เสี่ยงรุนแรงทุบสถิติในรอบ 1,000 ปี
KEY
POINTS
ในขณะที่หลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียและเอเชียใต้กำลังเผชิญกับพายุฝนตกหนักและอุทกภัยอย่างหนักหน่วง ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังเผชิญกับสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติครั้งใหม่ หลังผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศพบการก่อตัวของปรากฏการณ์ "ก็อดซิลลา เอลนีโญ" (Godzilla El Nino) หรือภาวะซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Nino) ที่มีความรุนแรงและอานุภาพทำลายล้างมหาศาลเกินขีดจำกัดปกติ จนได้รับการเปรียบเปรยกับสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้สภาพภูมิอากาศทั่วโลกเกิดความแปรปรวนอย่างรุนแรงสุดขั้ว
รายงานจากสื่อต่างประเทศ "เดอะ การ์เดียน" (The Guardian) ของอังกฤษ ระบุว่า ปรากฏการณ์นี้เริ่มก่อตัวมาตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2026 และกำลังทวีกำลังแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยคาดว่าจะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงปลายปี ล่าสุดพบว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณแกนกลางเอลนีโญพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 3.05 องศาเซลเซียส ซึ่งผู้เชี่ยวชาญประเมินความเป็นไปได้ว่าอาจกลายเป็นเอลนีโญที่มีขนาดใหญ่และรุนแรงที่สุดในรอบอย่างน้อย 1,000 ปีเลยทีเดียว
ความน่ากังวลของ "ก็อดซิลลา เอลนีโญ" คือการเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างการไหลเวียนของบรรยากาศโลก ส่งผลให้ระบบลมและกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางอย่างรุนแรง เมื่อเกิดซ้อนทับกับวิกฤตภาวะโลกร้อน ยิ่งกระตุ้นให้ภัยธรรมชาติต่างๆ มีความทวีคูณความรุนแรงมากขึ้น ดังเช่นตัวอย่างในประเทศญี่ปุ่นที่เผชิญพายุมาแล้วถึง 26 ลูกในปีนี้ ซึ่งสถิติจากกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นชี้ว่า ยามเกิดเอลนีโญ พายุไต้ฝุ่นจะก่อตัวค่อนไปทางตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าปกติ มีแนวน้ำอยู่นานขึ้นในฤดูร้อน และมีความกดอากาศต่ำลงเมื่อทวีกำลังสูงสุด
สำหรับผลกระทบสำคัญในระดับโลกที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้รับมือ ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่
ภัยแล้งและคลื่นความร้อน: หลายภูมิภาคจะประสบภาวะฝนทิ้งช่วงอย่างหนัก สภาพอากาศร้อนจัดทุบสถิติ และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟป่ารุนแรง
น้ำท่วมและพายุกระหน่ำ: ในบางพื้นที่กลับเปลี่ยนเป็นตรงกันข้าม โดยจะเผชิญฝนตกหนักสะสมและพายุหมุนรุนแรงกว่าปกติจากความผันผวนของชั้นบรรยากาศ
วิกฤตเศรษฐกิจและอาหารโลก: ผลกระทบทางธรรมชาติจะสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม ขาดแคลนแหล่งน้ำจืด และส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ต่อระบบความมั่นคงทางอาหารและพลังงานทั่วโลก