รายงานเสนอสหรัฐฯ บอมบ์ Data Center จีน สกัดผงาดผู้นำ AI โลก
05 ก.ย. 2569 | titayu_pur

ที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐฯ เสนอรายงานสุดโต่ง แนะใช้กำลังทหารและขีปนาวุธทำลายศูนย์ข้อมูล Data Center ของจีน หากเพลี่ยงพล้ำในการแข่งขันพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง AGI
ข่าว
05 ก.ย. 2569 | titayu_pur

ที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐฯ เสนอรายงานสุดโต่ง แนะใช้กำลังทหารและขีปนาวุธทำลายศูนย์ข้อมูล Data Center ของจีน หากเพลี่ยงพล้ำในการแข่งขันพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง AGI
KEY
POINTS
5 กันยายน 2569 เจคอบ สโต้กส อดีตที่ปรึกษาความมั่นคง สหรัฐอเมริกา เผยรายงานฉบับใหม่ที่ศูนย์ CNAS ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเตือนภัยการขยายอิทธิพลเทคโนโลยีของ ประเทศจีน โดยเสนอแนวทางสุดโต่งให้กองทัพสหรัฐฯ ซ้อมรับมือและเตรียมเปิดการโจมตีทางไซเบอร์ ควบคู่กับขีปนาวุธถล่มศูนย์ข้อมูล Data Center ของคู่แข่ง เพื่อยับยั้งไม่ให้จีนบรรลุความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปจนชนะ สงคราม AI ซึ่งเสี่ยงยกระดับเป็นความขัดแย้งทางทหารเต็มรูปแบบ
ในขณะที่เหล่ามหาเศรษฐีวงการเทคโนโลยีของสหรัฐฯ กังวลเกี่ยวกับขีดความสามารถด้าน AI ของจีน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติคนหนึ่งกลับมีไอเดียสุดโต่ง ให้ใช้กำลังทหารทำลายศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ของจีนให้ราบคาบ
สื่อฮ่องกง เซาธ์ ไชนา มอร์นิ่ง โพสต์ (South China Morning Post) รายงานว่า มีรายงานฉบับใหม่ชื่อ "ซูเปอร์พาวเวอร์ส แอนด์ เอจีไอ" (Superpowers and AGI) ระบุว่า เจคอบ สโตกส์ อดีตเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงแห่งชาติในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้เสนอให้สหรัฐฯ เริ่มเตรียมความพร้อมและซ้อมรับมือกับการพัฒนา AGI
AGI หรือปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (Artificial General Intelligence) หมายถึงจุดในทางทฤษฎีที่โมเดล AI มีขีดความสามารถในการใช้เหตุผลและสติปัญญาเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์ แม้จะยังไม่มีข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัดว่าระบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ แต่รายงานของสโตกส์เริ่มต้นด้วยสมมติฐานที่ว่า AGI เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากสหรัฐฯ ไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้เป็นชาติแรก กองทัพสหรัฐฯ ก็จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด
สโตกส์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Security Program) ประจำศูนย์เพื่อความมั่นคงแห่งอเมริกาใหม่ (Center for a New American Security) หรือ CNAS ซึ่งเป็นองค์กรคลังสมองชั้นนำในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้เขียนวิเคราะห์ถึงสถานการณ์สมมติที่สหรัฐฯ กลายเป็น "ฝ่ายที่ตามหลัง" จีนในการพัฒนา AGI โดยระบุว่าสหรัฐฯ อาจต้อง "พยายามก่อวินาศกรรมระบบ AGI ของชาติที่นำหน้าอยู่ ไม่ว่าจะด้วยการแทรกซึมเข้าไปยังสถานที่จริง หรือผ่านปฏิบัติการทางไซเบอร์เชิงรุก ซึ่งก็คือการโจมตีทางไซเบอร์นั่นเอง"
สโตกส์มองว่า "การโจมตีทางไซเบอร์เพื่อทำลายระบบ AGI อาจไม่ก่อให้เกิดการตอบโต้ในระดับวงกว้าง" เนื่องจาก "การโจมตีทางไซเบอร์ถือเป็นพฤติกรรมปกติของรัฐในระดับหนึ่ง ซึ่งยังไม่ถึงขั้นของการทำสงครามเต็มรูปแบบ" แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ตั้งข้อสังเกตว่า AI ไม่ได้ดำรงอยู่เพียงแค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยพลังการประมวลผลมหาศาลจากโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพในการทำงานอีกด้วย ดังนั้น "ทางเลือกสุดท้าย" จึงเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดและมีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้ง นั่นคือ "การโจมตีด้วยกำลังทางกายภาพ (kinetic attacks) ซึ่งหมายถึงการทำลายเป้าหมายด้วยขีปนาวุธและระเบิด"
เขาระบุว่า "ศูนย์ข้อมูล (Data centers) สามารถถูกโจมตีด้วยระเบิดหรืออาวุธทั่วไปได้" แต่ก็ยอมรับว่า "การโจมตีด้วยระเบิดจะเป็นการก้าวข้ามเส้นแบ่งสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน การพิจารณารายละเอียดในเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนหนึ่งก็เพราะมันจะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถวิเคราะห์ย้อนกลับโดยอิงจากลักษณะเฉพาะของเทคโนโลยีนี้ เช่นเดียวกับที่ในอดีตผู้กำหนดนโยบายเคยเรียนรู้เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์"
เขาชี้ให้เห็นข้อแตกต่างว่า อาวุธนิวเคลียร์เป็นวัตถุที่จับต้องได้และสามารถสังเกตเห็นได้จริง แต่ AGI ยังคงเป็นเพียงจินตนาการ แม้จะเป็นจินตนาการที่ถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลรองรับการเตรียมพร้อมทำสงครามได้อย่างชัดเจนก็ตาม ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเรื่องราวเกี่ยวกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) ที่เคยถูกใช้เป็นข้ออ้างในการบุกโจมตีและยึดครองอิรักในปี 2546
นี่ยังไม่นับรวมข้อเท็จจริงที่ว่า แนวทางการพัฒนา AI ของจีนนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำโลกในด้านเกณฑ์มาตรฐานส่วนใหญ่สำหรับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) หรือ LLM ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังไล่ตามเป้าหมายเรื่อง AGI แต่จีนไปถึงขั้นจัดการซ้อมรบจำลองสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา AI แล้ว เขายังเชื่อด้วยว่าบริษัท AI ของจีนอาจสร้าง “ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดที่คาดไม่ถึง” ซึ่งจะทำให้เข้าใกล้ AGI มากขึ้น และส่งผลให้มีความสามารถในการสร้าง "เครื่องมือโจมตีทางไซเบอร์ที่ล้ำสมัย หรือพูดอีกอย่างก็คือ อาวุธไซเบอร์"
สโตกส์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติให้กับอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในสมัยที่ยังเป็นรองประธานาธิบดี รวมถึงเคยทำงานให้กับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security) มาก่อนนั้น มีความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับคู่ปรับที่ตนเลือกมาโดยตลอด แต่ความเห็นล่าสุดของเขานับเป็นการยกระดับความตึงเครียดอย่างรุนแรง แม้แต่สำหรับแวดวงความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เองก็ตาม
ในขณะที่สโตกส์พยายามขยายความเรื่องเล็กน้อยเกี่ยวกับจีนให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต รายงานของเขากลับมองข้ามการใช้งาน AI ของกองทัพประเทศตนเองในปัจจุบันไปอย่างสิ้นเชิง เช่น ในอิรัก กองกำลังสหรัฐฯ ได้ใช้ LLM อย่าง โคล้ด (Claude) และ กร็อก (Grok) เพื่อช่วยวางแผนปฏิบัติการทิ้งระเบิด ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทิ้งระเบิดโรงเรียนเด็กหญิง "ชาจาเรห์ เทย์ยาเบห์" (Shajareh Tayyebeh) ที่คร่าชีวิตนักเรียนระดับประถมศึกษาและบุคลากรไปกว่า 150 คน