เนชั่นทีวี

ข่าว

อีโบลาที่ดีอาร์คองโกคร่าชีวิตทะลุ 1,000 ไร้วัคซีนรับมือ

23 ก.ค. 2569 | apirak_pra

อีโบลาที่ดีอาร์คองโกคร่าชีวิตทะลุ 1,000 ไร้วัคซีนรับมือ

ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโกพุ่งทะลุ 1,000 ราย ระบาดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเป็นสายพันธุ์บุนดิบูเกียวที่ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการอนุมัติ

ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโกพุ่งทะลุ 1,000 ราย ระบาดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเป็นสายพันธุ์บุนดิบูเกียวที่ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการอนุมัติ

KEY

POINTS

  • ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) พุ่งสูงเกิน 1,000 รายแล้ว ซึ่งเป็นการระบาดที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
  • เชื้อที่ระบาดคือสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) ซึ่งเป็นสายพันธุ์หายากที่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการอนุมัติโดยเฉพาะ
  • การระบาดได้เริ่มส่งผลกระทบข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และทำให้บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ต้องออกมาตรการจำกัดการเดินทาง

ยอดผู้เสียชีวิตจากการระบาดของไวรัสอีโบลาครั้งใหม่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นการระบาดที่แพร่กระจายรวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา ได้พุ่งสูงเกิน 1,000 ราย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ฌ็อง คาเซยา (Jean Kaseya) ผู้อำนวยการใหญ่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ได้เปิดเผยระหว่างการประชุมด้านสุขภาพ ณ ประเทศกานาว่า มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอย่างน้อย 1,031 ราย จากผู้ติดเชื้อสะสม 2,473 ราย นับตั้งแต่พบการระบาดครั้งใหม่เมื่อเดือนพฤษภาคม โดยความน่ากลัวของการระบาดระลอกนี้คือ การใช้เวลาไม่ถึง 10 สัปดาห์ในการคร่าชีวิตผู้คนแตะระดับ 1,000 คน ซึ่งเร็วกว่าการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อช่วงปี 2013-2016 ที่ต้องใช้เวลานานถึง 8 เดือน

สายพันธุ์บุนดิบูเกียว: ไวรัสหายากที่ "ไร้วัคซีนและยารักษา"

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงและรับมือได้ยากลำบาก เกิดจากการที่เชื้อไวรัสที่กำลังระบาดในครั้งนี้คือ สายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo strain) ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่พบได้ยากที่สุดในบรรดา 4 สายพันธุ์ของอีโบลาที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ และที่น่ากังวลที่สุดคือ ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาโรคที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ สำหรับสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะ ทำให้ทำได้เพียงการรักษาตามอาการ และมีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 40%

ขณะนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) และสถาบันวิจัยระดับโลก อาทิ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กำลังเร่งมือทดสอบวัคซีนและยาต้านไวรัสเข็มแรก ทว่ายังคงอยู่ในขั้นตอนการทดลองทางคลินิก ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ต้องรับมือกับการแพร่ระบาดด้วยมือเปล่า ท่ามกลางภาวะขาดแคลนงบประมาณ เวชภัณฑ์ และการประท้วงหยุดงานของบุคลากรทางการแพทย์ในคองโกที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน

กระทบประเทศเพื่อนบ้าน - สหรัฐฯ คุมเข้มการเดินทาง

ผลกระทบของการระบาดเริ่มส่งผลกระทบข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างอูกันดา ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย อย่างไรก็ตาม อูกันดาไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มานานกว่าหนึ่งเดือน และเพิ่งส่งตัวผู้ป่วยรายสุดท้ายออกจากโรงพยาบาล ทำให้เริ่มนับถอยหลัง 42 วันสู่การประกาศปลอดเชื้อ

เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตลุกลามระดับโลก หลายประเทศรวมถึงสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาตรการจำกัดการเดินทางสำหรับผู้ที่เคยเดินทางไปยังประเทศคองโกและพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ Africa CDC เรียกร้องให้ประชาคมโลกและหน่วยงานระหว่างประเทศเร่งอัดฉีดงบประมาณและช่วยเหลือทางการแพทย์ด่วนที่สุด ก่อนที่การระบาดครั้งนี้จะกลายเป็นการระบาดของโรคอีโบลาที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่โลกเคยบันทึกไว้

ข่าวล่าสุด