ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้เกิดขึ้นควบคู่ไปกับคำสั่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งให้กองทัพเรือสหรัฐฯ รื้อฟื้นมาตรการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) ต่อท่าเรือสินค้าทุกลำของอิหร่านอย่างเป็นทางการ โดยทรัมป์ยังส่งสัญญาณกร้าวว่าการโจมตีจะดำเนินต่อไปและอาจขยายวงกว้างไปถึงโรงงานอุตสาหกรรมและสถานีนิวเคลียร์ในแผ่นดินใหญ่
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเผชิญกระแสต่อต้านอย่างหนักจากพรรคเดโมแครต นำโดยนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ที่ออกมาประณามทรัมป์ว่ากำลังลากอเมริกาเข้าสู่สงครามที่ผิดกฎหมายโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา และทำให้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพในประเทศพุ่งสูงจนคุมไม่อยู่
อิหร่านโต้กลับ ระเบิดกองเรือที่ 5 ในบาห์เรน-เผาคลังโลจิสติกส์คูเวตวอด
ด้านกองกำลัง IRGC ออกแถลงการณ์ตอบโต้อย่างดุเดือดโต้กลับภายใต้รหัสปฏิบัติการ "นัสร์ 2" ระยะที่สี่และหก โดยประกาศปิดตายช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวรจนกว่าอเมริกาจะยุติพฤติกรรมชั่วร้าย พร้อมส่งฝูงขีปนาวุธทิ้งตัวและโดรนกามิกาเซ่เข้าถล่มฐานทัพหลักของสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย โดยอิหร่านอ้างว่าสามารถทำลายศูนย์บัญชาการ คลังอาวุธ และถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงของกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ (US Navy Fifth Fleet) ในประเทศบาห์เรนลงได้อย่างราบคาบ บีบให้ทางการบาห์เรนต้องเปิดไซเรนเตือนภัยทางอากาศทั่วเมืองหลวง