เนชั่นทีวี

ข่าว

ยูเครน บรรลุข้อตกลง สหรัฐฯ ไฟเขียวมอบสิทธิ์ผลิตขีปนาวุธ แพทริออต

10 ก.ค. 2569 | apirak_pra

ยูเครน บรรลุข้อตกลง สหรัฐฯ ไฟเขียวมอบสิทธิ์ผลิตขีปนาวุธ แพทริออต

ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แถลงความสำเร็จหลังจับมือ โดนัลด์ ทรัมป์ บรรลุข้อตกลงระดับการเมือง สหรัฐฯ มอบใบอนุญาตให้ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเองได้

ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แถลงความสำเร็จหลังจับมือ โดนัลด์ ทรัมป์ บรรลุข้อตกลงระดับการเมือง สหรัฐฯ มอบใบอนุญาตให้ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเองได้

KEY

POINTS

  • ยูเครนบรรลุข้อตกลงทางการเมืองกับสหรัฐฯ เพื่อรับใบอนุญาตในการตั้งฐานการผลิตขีปนาวุธสกัดกั้น "แพทริออต" (PAC-3) ภายในประเทศ
  • ข้อตกลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตขาดแคลนคลังแสงอาวุธต่อต้านอากาศยาน และลดการพึ่งพาการจัดส่งจากชาติพันธมิตร
  • ประธานาธิบดีเซเลนสกีประกาศข่าวนี้หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO โดยเป็นการตกลงร่วมกับประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ
  • เจ้าหน้าที่ยูเครนคาดว่าการสร้างโรงงานและเริ่มต้นสายการผลิตอาจต้องใช้เวลานานกว่า 1 ปี เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนสูง

การต่อสู้ในสงครามรัสเซีย-ยูเครน เดินทางมาถึงวันสำคัญในวันที 1,598 ล่าสุด ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ออกมาแถลงข่าวดีครั้งประวัติศาสตร์ต่อสื่อมวลชนหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO ณ ประเทศตุรกี โดยระบุว่า ยูเครนและสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันใน "ระดับการเมือง" เพื่อมอบใบอนุญาต (Licences) ให้ยูเครนสามารถตั้งฐานการผลิตขีปนาวุธสกัดกั้น "แพทริออต" (PAC-3 Patriot Interceptors) ในประเทศตนเองได้ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตคลังแสงอาวุธต่อต้านอากาศยานขาดแคลนทั่วโลก

 

เซเลนสกี สั่งเดินหน้าทีมเทคนิคด่วน หวังขึ้นไลน์ผลิตอาวุธป้องน่านฟ้า

ขีปนาวุธ PAC-3 Patriot ถือเป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์สัญชาติอเมริกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดชิ้นหนึ่งของฝั่งตะวันตก และเป็นระบบไม่กี่ชนิดในโลกที่สามารถยิงสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic Missile) ของกองทัพรัสเซียที่ระดมยิงถล่มเมืองหลวงและชุมชนของยูเครนได้อย่างแม่นยำ โดยผู้นำยูเครนเผยว่า ทรัมป์ได้ลั่นวาจากลางที่ประชุมว่าการมอบสิทธิ์นี้เพื่อตัดปัญหาที่ยูเครนชอบร้องเรียนเรื่องพันธมิตรส่งกระสุนให้ไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนได้ออกมาเตือนว่า การสร้างโรงงานและเริ่มต้นสายการผลิตขีปนาวุธที่มีความซับซ้อนเทคโนโลยีสูงเช่นนี้อาจต้องใช้เวลาเตรียมการและดำเนินการนานกว่า 1 ปี ขณะที่ทำเนียบเครมลินของรัสเซียออกมาวิจารณ์ว่า ดีลนี้สะท้อนถึงความย้อนแย้งของวอชิงตัน แต่รัสเซียยังคงชื่นชมในความพยายามของทรัมป์ที่ต้องการเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพปิดฉากสงคราม

นอกจากนี้ ยูเครนยังอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงร่วมผลิตโดรนกับสหรัฐฯ รวมถึงเตรียมเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสในเร็วๆ นี้ เพื่อร่วมมือกับพันธมิตรยุโรปในการพัฒนาและผลิตระบบต่อต้านขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่มีราคาถูกลงและสามารถผลิตได้ในปริมาณมาก (Mass-produced) ควบคู่ไปกับการรอรับมอบขีปนาวุธแพทริออตล็อตเร่งด่วนจากสหรัฐฯ ที่จะเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้

 

สลดสถิติเหยื่อสงครามพุ่งสูงสุดรอบสองปี ขณะที่ดรามาลุกฮือรุมสกรัมรถเกณฑ์ทหาร

ในส่วนของสถานการณ์ภาคพื้นดิน สหประชาชาติ (UN) ได้รายงานต่อสภาความมั่นคงว่า ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีพลเรือนยูเครนเสียชีวิตจากภัยสงครามอย่างน้อย 265 ราย และบาดเจ็บอีก 1,816 ราย ซึ่งถือเป็นสถิติตัวเลขผู้สูญเสียรวมในรอบเดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเดือนแรกๆ ของการบุกโจมตีเต็มรูปแบบในปี 2022 โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมที่เป็นพลเรือนพุ่งทะลุ 16,402 รายแล้ว ซึ่งรวมถึงเด็กเล็กอีกกว่า 802 ราย ล่าสุด รัสเซียเพิ่งส่งโดรนและระเบิดบินโจมตีคลังเก็บกระสุนอย่างรุนแรงในพื้นที่วิชเนเว ชานเมืองด้านตะวันตกของกรุงเคียฟ ส่งผลให้เกิดระเบิดต่อเนื่องรอบสองรอบสามอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 10 รายและบ้านเรือนเสียหายพังทลายหลายร้อยหลัง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเคียฟต้องเปิดฉากสอบสวนคดีอาญาอย่างเร่งด่วน หลังเกิดดรามาความขัดแย้งภายในประเทศอย่างรุนแรงในเมืองลวีฟ ทางตะวันตกของประเทศ เมื่อกลุ่มฝูงชนชาวเมืองจำนวนมากเกิดความไม่พอใจ ลุกฮือเข้าล้อมกรอบและช่วยกันพลิกคว่ำรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกณฑ์ทหาร หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ใช้กำลังเข้าควบคุมตัวชายรายหนึ่งที่ต้องสงสัยว่าพยายามหนีทหารเพื่อนำตัวไปยังศูนย์ฝึก โดยเหตุการณ์บานปลายถึงขั้นมีการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาห้ามทัพ ซึ่งเหตุความไม่สงบระหว่างประชาชนและตำรวจเกณฑ์ทหารมีสถิติพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานการปะทะกันเฉพาะในปีนี้พุ่งเกินกว่า 100 ครั้งแล้ว ท่ามกลางกระแสวิจารณ์จากประธานาธิบดีเซเลนสกีที่ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น "เรื่องราวที่ย่ำแย่และน่าอับอายอย่างยิ่ง" ของประเทศ

ข่าวล่าสุด