รวบแก๊งยาผสมสแกมเมอร์ ตุ๋นขายโกคาร์ททิพย์ ฟอกเงินซื้อทองคำ
25 ส.ค. 2569 | titayu_pur

สืบนครบาล เปิดปฏิบัติการไล่ล่า จับ 3 ผู้ต้องหาแก๊งยาเสพติดผสมสแกมเมอร์ หลอกขายโกคาร์ททิพย์แก่เยาวชน ถอนเงินสดกว้านซื้อทองฟอกเงินส่งเมียนมา
ข่าว
25 ส.ค. 2569 | titayu_pur

สืบนครบาล เปิดปฏิบัติการไล่ล่า จับ 3 ผู้ต้องหาแก๊งยาเสพติดผสมสแกมเมอร์ หลอกขายโกคาร์ททิพย์แก่เยาวชน ถอนเงินสดกว้านซื้อทองฟอกเงินส่งเมียนมา
KEY
POINTS
25 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. (สืบนครบาล) นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ หรือ รองจ๋อ เปิดปฏิบัติการรวบ 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายไฮบริด ที่รวมตัวระหว่าง แก๊งยาเสพติด และ สแกมเมอร์ ข้ามพรมแดน หลอกลวงเยาวชนโอนเงินซื้อ โกคาร์ททิพย์ ก่อนตระเวนกดเงินสดกว้านซื้อทองคำฟอกเงิน ล่าสุดยึดของกลางยาเสพติดคาตู้กดเงิน ส่งตัวดำเนินคดีหนัก พร้อมเร่งขยายผลทลายเครือข่ายบัญชีม้าสายถอน และผู้อยู่อยู่เบื้องหลังในเมียนมาด่วน
ตำรวจนครบาลนำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ หรือ "รองจ๋อ" นำทีมเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการไล่ล่าแก๊งยาเสพติดที่หันมาจับมือสแกมเมอร์ หลอกลวงเยาวชนในคดีขาย "โกคาร์ททิพย์" ที่มีเพียงคลิปวิดีโอแต่ไร้ตัวสินค้าจริง โดยสามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้คาตู้กดเงินพร้อมของกลาง
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. สส., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. ที่ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ผู้รับผิดชอบงานยาเสพติด แท็กทีมร่วมกับ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. เปิดปฏิบัติการสืบสวนขยายผลจากการค้ายาเสพติดออนไลน์ จนพบเส้นทางการเงินที่มีลักษณะคล้ายเครือข่ายอาชญากรรม และเชื่อมโยงไปสู่ขบวนการต้มตุ๋นระดับชาติ
สามารถสืบสวนและจับกุมผู้ต้องหาหลักได้ทั้งหมด 3 ราย ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันในขบวนการ ประกอบด้วย:
พร้อมของกลาง ประกอบด้วย ยาเสพติดชนิดต่างๆ เงินสดมูลค่า 50,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง และสลิปการถอน/ฝากเงินสดอีกเป็นจำนวนมาก
“โดยภายในโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดได้นั้น ปรากฏข้อมูลบทสนทนาจากหัวหน้าแก๊งสแกรมเมอร์อย่างชัดเจน ซึ่งสั่งการให้ผู้ต้องหากลุ่มนี้เดินทางตระเวนทำรายการ ธุรกรรมทางการเงินตามตู้ฝากและถอนเงินในสถานที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก”
จากการสืบสวนเชิงลึกของตำรวจพบว่า ขบวนการนี้มีการแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ โดยมีกลุ่มที่ทำหน้าที่หลอกลวงเหยื่อตั้งฐานบัญชาการอยู่ฝั่งประเทศเมียนมา คอยทำหน้าที่หลอกขายสินค้าซึ่งมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก. สำหรับสินค้าประเภท "รถโกคาร์ท" นั้น เป็นเพียงหนึ่งในสินค้าที่กลุ่มคนร้ายนำมาใช้ในการล่อลวงเท่านั้น โดยพวกมันจะใช้วิธีเดียวกันนี้ในการหลอกขายสินค้าอีกหลายประเภท โดยจะเปลี่ยนสินค้าไปตามกระแสความสนใจของประชาชนในเวลานั้นๆ
แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือพฤติการณ์หลังผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน โดยเงินจะถูกโอนเข้าสู่บัญชีม้าที่ขบวนการจัดเตรียมไว้ จากนั้นเครือข่ายม้าสายถอนในประเทศไทยจะคอยเฝ้าเช็กยอดเงิน และสลับกันตระเวนถอนเงินสดจากหลายบัญชีในหลายจุดเพื่อนำมารวบรวมกัน. จากนั้นจะนำเงินสดทั้งหมดกลับไปฝากผ่านเครื่อง CDM/ATM+ เพื่อเคลื่อนย้ายเงินต่อไปอีกทอดหนึ่ง. ทั้งนี้ ชุดสืบสวนได้ทำการสะกดรอยและติดตามเส้นทางการเงินดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนพบว่าปลายทางของเงินทั้งหมดถูกนำไปแปรสภาพด้วยการซื้อทองคำเพื่อทำการฟอกเงินในที่สุด
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงคดีนี้ว่า จุดเริ่มต้นมาจากการสั่งการให้ชุดสืบสวนเฝ้าระวังการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดทางออนไลน์ จนกระทั่งพบพฤติการณ์ที่เชื่อมโยงไปถึงความเสียหายของประชาชนจำนวนมาก ทางตำรวจไม่สามารถมองผ่านเรื่องนี้ไปได้ เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่การซื้อของแล้วไม่ได้ของธรรมดา แต่เป็นขบวนการที่ใช้วิธีเดียวกันหลอกลวงประชาชนซ้ำๆ และมีการแบ่งงานรับช่วงจัดการเงินกันอย่างเป็นระบบ
"วันนี้สิ่งที่เห็นบนหน้าจออาจเป็นโกคาร์ท พรุ่งนี้อาจเป็นสินค้าอย่างอื่น คลิปอาจเป็นของจริง รถอาจมีอยู่จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่นำมาโพสต์มีสินค้านั้นขายจริง จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบผู้ขายและช่องทางการชำระเงินให้รอบคอบ โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาถูกผิดปกติ อย่าตัดสินใจโอนเงินเพียงเพราะเห็นภาพหรือคลิปที่ดูน่าเชื่อถือ" พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวเตือนสติประชาชน
พร้อมกันนี้ รอง ผบช.น. ยังได้ฝากคำเตือนและข้อคิดไปยังกลุ่มผู้ที่คิดจะรับจ้างเปิดหรือขายบัญชีม้าว่า
"ส่วนผู้ที่คิดจะเปิดหรือขายบัญชีให้ผู้อื่นนำไปใช้ ขอให้หยุด เพราะบัญชีของคุณอาจเป็นทางผ่านของเงินจากผู้เสียหายจำนวนมาก ค่าจ้างที่ได้อาจใช้หมดในไม่กี่วัน แต่คดีและอิสรภาพที่ต้องเสียอาจติดตัวไปอีกนาน หยุดเถอะครับ อย่าเปิดบัญชีม้า เพราะไม่มีเงินจำนวนไหนคุ้มกับอิสรภาพของคุณ"
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 พร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ขณะที่ผู้ต้องหาที่ 3 ถูกส่งตัวไปยัง สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลต่อไป