ม็อบคลั่งจุดไฟเผารถบัส-ปาระเบิดเพลิงป่วนเมือง ท่ามกลางกระแสการเมืองลุกเป็นไฟ
หลังข่าวการจับกุมผู้ต้องหาชาวซูดานแพร่กระจายออกไป กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านผู้อพยพจำนวนหลายร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ได้ระดมพลปิดล้อมถนนนิวทาวน์อาร์ดส์ (Newtownards Road) และย่านใจกลางเมือง ก่อนจะเริ่มลุกลามบานปลายด้วยการนำถังขยะมาจุดไฟเผา นำระเบิดเพลิง (Petrol bombs) ปาเข้าใส่อาคารพานิชย์ รวมถึงจุดไฟเผารถโดยสารประจำทาง และรถยนต์ของประชาชนวอดวายหลายคัน นอกจากนี้กระแสการประท้วงยังลุกลามไปยังเมืองแอนทริม (Antrim) ที่อยู่ห่างออกไป 25 กิโลเมตรด้วย
วิกฤตการณ์จลาจลในเบลฟาสต์ครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การเมืองและสังคมในสหราชอาณาจักรกำลังตึงเครียดขั้นสูงสุดเกี่ยวกับประเด็นผู้อพยพ โดยก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดคดีฆาตกรรมนักศึกษาในเมืองเซาแธมป์ตัน (Southampton) โดยฆาตกรชาวซิกข์ จนทำให้เกิดกระแสม็อบปิดล้อมโรงแรมที่พักของผู้อพยพเพื่อขับไล่ โดยมีนักการเมืองฝั่งขวา นำโดย ไนเจล ฟาราจ (Nigel Farage) ผู้นำพรรค Reform UK และ กาวิน โรบินสัน ผู้นำพรรค DUP ออกมาตั้งคำถามและกดดันให้รัฐบาลคุมเข้มมาตรการ "ผู้อพยพที่ไร้การควบคุม" อย่างเร่งด่วน
นายกฯ สหราชอาณาจักรกร้าว! ไม่ยอมรับความรุนแรง สั่งจับกุมดำเนินคดีเด็ดขาด
ทางด้านทำเนียบรัฐบาลลอนดอน เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ได้ออกแถลงการณ์ด่วนผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่าพฤติกรรมการไล่แทงประชาชนเป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียนอย่างที่สุด พร้อมยื่นคำขาดคำเตือนถึงกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบบนท้องถนนว่ารัฐบาลจะไม่มีทางยอมอ่อนข้อหรืออดทนต่อพฤติกรรมจลาจลป่าเถื่อนบนท้องถนนอย่างเด็ดขาด
สำนักงานนายกรัฐมนตรีระบุว่า ในเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องใช้ความสงบ และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีพื้นที่และเวลาในการสืบสวนสอบสวนโรคและดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โดยกองทัพและเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (PSNI) ได้กระจายกำลังตรึงพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วเมืองเบลฟาสต์พร้อมติดตั้งแนวกั้นเหล็กคุมเข้มตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุบานปลายในวันพิจารณาคดีที่ศาล