เนชั่นทีวี

ข่าว

อีโบลาพันธุ์ใหม่วิกฤต! อาสาสมัครกาชาดดับ 3 "WHO" ยกระดับเตือนภัย

24 พ.ค. 2569 | apirak_pra

อีโบลาพันธุ์ใหม่วิกฤต! อาสาสมัครกาชาดดับ 3 "WHO" ยกระดับเตือนภัย

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยกระดับความเสี่ยงไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว ในดีอาร์คองโกสู่ระดับ "สูงมากขั้นวิกฤต" หลังอาสาสมัครกู้ภัยดับ 3 ราย ยอดเสียชีวิตรวมพุ่ง 170 ราย

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยกระดับความเสี่ยงไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว ในดีอาร์คองโกสู่ระดับ "สูงมากขั้นวิกฤต" หลังอาสาสมัครกู้ภัยดับ 3 ราย ยอดเสียชีวิตรวมพุ่ง 170 ราย

KEY

POINTS

  • องค์การอนามัยโลก (WHO) ยกระดับการเตือนภัยการระบาดของอีโบลาสายพันธุ์ใหม่ "บุนดิบูเกียว" ในดีอาร์คองโกสู่ระดับ "สูงมากขั้นวิกฤต" หลังยอดผู้เสียชีวิตต้องสงสัยพุ่งเกิน 170 ราย
  • ยืนยันอาสาสมัครกาชาดสากล 3 รายเสียชีวิตจากการติดเชื้อในพื้นที่ระบาดรุนแรง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาด
  • เชื้อสายพันธุ์ใหม่นี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงและยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ขณะที่การควบคุมโรคเผชิญอุปสรรคจากการต่อต้านของชาวบ้านในพื้นที่และการสู้รบกับกลุ่มกบฏ

วิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo virus) ในภูมิภาคแอฟริกากลาง ขยับเข้าสู่ภาวะวิกฤตระดับโลกประจำวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เมื่อ นพ.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกแถลงการณ์ด่วนยกระดับการเตือนภัยสถานการณ์ความเสี่ยงด้านสาธารณสุขภายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) จากระดับ "สูง" (High) ขึ้นสู่ระดับ "สูงมากขั้นวิกฤต" (Very High) อย่างเป็นทางการ

หลังมีรายงานยืนยันว่า ยอดผู้เสียชีวิตต้องสงสัยพุ่งกระฉูดทะลุ 170 ศพ และมีผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อในระบบพุ่งทะยานเฉียด 750 ราย โดย WHO ระบุว่าความเสี่ยงในระดับภูมิภาคทวีปแอฟริกาอยู่ในเกณฑ์สูงมาก แต่ในเวทีระดับสากลโลกยังคงอยู่ในระดับต่ำ

 

1. สังเวียนกู้ภัยเศร้า! 3 อาสาสมัครกาชาดสากลพลีชีพติดเชื้อจากการจัดการศพ

สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) ได้ออกแถลงการณ์ไว้อาลัยครั้งใหญ่ หลังยืนยันการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยชาวคองโกจำนวน 3 ราย ได้แก่ นายอาลิคานา อูดูมูซี ออกัสติน, นายเซซาโบ คาตานาโบ และนางสาวอาจิโก ชานดิรู วีเวียน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและมนุษยธรรมในเมืองมองก์วาลู (Mongwalu) จังหวัดอิตูรี (Ituri) ซึ่งเป็นศูนย์กลาง (Epicentre) การระบาดที่รุนแรงที่สุดในขณะนี้

จากกลไกการสืบสวนโรคย้อนหลังพบว่า อาสาสมัครทั้ง 3 รายน่าจะได้รับและสัมผัสเชื้อร้ายตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ในระหว่างที่พวกเขาลงพื้นที่ทำโครงการพัฒนาชุมชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับไวรัส ก่อนที่ทางการจะประกาศพบการระบาดใหญ่ และได้ทยอยเสียชีวิตลงในช่วงระหว่างวันที่ 5 ถึง 16 พฤษภาคม

อีโบลาพันธุ์ใหม่วิกฤต! อาสาสมัครกาชาดดับ 3 "WHO" ยกระดับเตือนภัย

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาและไวรัสวิทยาออกโรงเตือนซ้ำว่า ร่างกายและศพของผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลาเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อที่อันตรายที่สุด เนื่องจากสารคัดหลั่งและของเหลวในร่างกายของผู้เสียชีวิตยังมีสภาวะโหลดเชื้อสูงและพร้อมแพร่กระจายสู่ผู้สัมผัสได้ทันที ซึ่งสายพันธุ์บุนดิบูเกียวนี้เป็นสายพันธุ์หายากที่ "มีอัตราการตายสูงถึง 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อ และปัจจุบันยังคงไม่มีวัคซีนป้องกัน" ที่ผ่านการรับรอง

 

2. สั่งเด็ดขาดระงับเที่ยวบินล็อกดาวน์เมืองหลวง เตือน 10 ชาติแอฟริกาเตรียมรับแรงกระแทก

เพื่อสกัดกั้นไม่ให้โรคร้ายระเบิดวงกว้างข้ามพรมแดน กระทรวงคมนาคมแห่งดีอาร์คองโกได้ประกาศคำสั่งฉุกเฉิน "สั่งระงับและแบนเที่ยวบินพาณิชย์และเที่ยวบินส่วนตัวทุกลำที่เดินทางเข้า-ออกจากเมืองบูเนีย (Bunia)" ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอิตูรีและเป็นทำเลที่พบผู้เสียชีวิตหนาแน่นที่สุด โดยข้อบังคับนี้ระบุชัดเจนว่า เที่ยวบินด้านมนุษยธรรม ทางการแพทย์ หรือเที่ยวบินฉุกเฉินระดับประเทศ จะได้รับอนุญาตให้ทำการบินได้ก็ต่อเมื่อผ่านการอนุมัติและคัดกรองพิเศษจากสำนักงานการบินและสาธารณสุขอย่างเข้มงวดเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนภัยไปยังรัฐบาลของ 10 ประเทศในทวีปแอฟริกา ที่มีความสุ่มเสี่ยงสูงในการได้รับแรงกระแทกจากการแพร่ระบาดข้ามแดน ประกอบด้วย:

แองโกลา, บุรุนดี, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, สาธารณรัฐคองโก (คองโก-บราซซาวิล), เอธิโอเปีย, เคนยา, รวันดา, ซูดานใต้, แทนซาเนีย และแซมเบีย

ซึ่งในจำนวนนี้ ประเทศเพื่อนบ้านสนิทอย่าง ยูกันดา ได้รายงานผลตรวจยืนยันวานนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 3 ราย ดันยอดผู้ติดเชื้อสะสมในยูกันดาทะยานขึ้นเป็น 5 รายเรียบร้อยแล้ว

อีโบลาพันธุ์ใหม่วิกฤต! อาสาสมัครกาชาดดับ 3 "WHO" ยกระดับเตือนภัย

3. ม็อบคลั่งไม่หยุด! ลามเผาเต็นท์สนามกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน ท่ามกลางวงล้อมกบฏ M23

วิกฤตการณ์ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาความเชื่อของสังคม โดยองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) ยืนยันว่า เต็นท์สนามทางการแพทย์ที่องค์กรส่งไปสนับสนุนระบบสาธารณสุขและแยกกักโรคในเมืองมองก์วาลู ได้ถูกกลุ่มมวลชนผู้โกรธแค้น "จุดไฟเผาทำลายจนพังพินาศ" เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ป่าเถื่อนนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากเกิดเหตุจลาจลรุมปาหินและเผาโรงพยาบาลรวามพาราเพื่อแย่งศพนักฟุตบอลดังในพื้นที่

ทาง MSF ออกแถลงการณ์ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวนรวดเร็ว ชุมชนยังคงมีความหวาดกลัวและไม่เข้าใจในตัวโรค ซึ่งเหตุการณ์เผาทำลายสถานพยาบาลซ้ำซากนี้สะท้อนให้เห็นว่า วงการแพทย์ขาดความน่าเชื่อถือและการสร้างความไว้วางใจกับชุมชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ การเข้าพื้นที่เพื่อสืบสวนและสกัดกั้นโรคของเจ้าหน้าที่ WHO ยังติดหล่มและเผชิญความยากลำบากขั้นสูงสุด เนื่องจากพื้นที่ระบาดบางส่วนในจังหวัดคิวูเหนือและคิวูใต้ ปัจจุบันอยู่ภายใต้การยึดครองและอิทธิพลมืดของ กลุ่มกบฏติดอาวุธ M23 ที่กำลังเปิดฉากยิงปะทะอย่างดุเดือดกับกองทัพรัฐบาลคอนโก ส่งผลให้เกิดภาวะสุญญากาศทางกฎหมายและกลายเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่ขัดขวางการทำงานของหน่วยกู้ภัยสากล

-----

สถานการณ์การระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวในปลายเดือนพฤษภาคมปี 2569 กำลังเดินหน้าเข้าสู่สภาวะสงครามสาธารณสุขอย่างเต็มรูปแบบ การที่ WHO ยกระดับเตือนภัยสู่ขั้นสูงสุดย่อมบ่งชี้ว่าปราการด่านแรกในแอฟริกากำลังปริแตก แนวโน้มหลังจากนี้ความพยายามในการกักกันโรคจะทวีความเข้มข้นผ่านมาตรการล็อกดาวน์ทางอากาศของรัฐบาลคอนโกและการปิดด่านพรมแดนทางบกของชาติรอบข้าง ข้อสังเกตสำคัญคือตราบใดที่ปัญหาความไม่สงบและการสู้รบกับกลุ่มกบฏ M23 ยังไม่ยุติลง รวมถึงการขาดความเชื่อมั่นของชาวบ้านที่ลุกฮือขึ้นเผาสถานพยาบาล การส่งมอบความช่วยเหลือและการควบคุมโรคก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายระบาดใหญ่ครั้งใหม่ที่พร้อมจะหลุดรอดข้ามทวีปมาคุกคามเสถียรภาพความมั่นคงทางสาธารณสุขของมวลมนุษยชาติในโลกสากลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้