รัสเซียถล่มยับดับ 27 ราย เมินหยุดยิงฉลองชัยชนะสงครามโลก
06 พ.ค. 2569

รัสเซียเปิดฉากถล่มยูเครนดับ 27 ราย ก่อนวันหยุดยิงที่ประกาศเองเพียงไม่กี่วัน ด้านเซเลนสกีจวกยับเป็นการก่อการร้ายที่ไร้มนุษยธรรมและไร้เหตุผลทางทหาร
ข่าว
06 พ.ค. 2569

รัสเซียเปิดฉากถล่มยูเครนดับ 27 ราย ก่อนวันหยุดยิงที่ประกาศเองเพียงไม่กี่วัน ด้านเซเลนสกีจวกยับเป็นการก่อการร้ายที่ไร้มนุษยธรรมและไร้เหตุผลทางทหาร
กองทัพรัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ด้วยขีปนาวุธและโดรนถล่ม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่รัสเซียจะประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวในวันที่ 8-9 พฤษภาคม เพื่อเฉลิมฉลองวันชัยชนะเหนือนาซีเยอรมนี (Victory Day) ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการก่อการร้ายที่ไร้เหตุผลและแสดงถึงความกลับกลอกของรัฐบาลมอสโกอย่างชัดเจน
การโจมตีรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นที่เมืองซาปอริซเซียทางตะวันออกเฉียงใต้ โดยระเบิดนำวิถี (Glide Bombs) ของรัสเซียพุ่งเป้าไปที่อู่ซ่อมรถและย่านที่พักอาศัย คร่าชีวิตประชาชนไปถึง 12 ราย นอกจากนี้ เมืองครามาทอร์สก์ในภูมิภาคโดเนตสก์ และเมืองดนีโปร ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักมีผู้เสียชีวิตรวม 10 ราย ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานก็ตกเป็นเป้าหมายสำคัญ
สถิติการโจมตี: กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่ารัสเซียระดมขีปนาวุธนำวิถี 11 ลูก และโดรนกว่า 164 ลำ โดยยูเครนสามารถสกัดกั้นโดรนได้เกือบทั้งหมด แต่ขีปนาวุธส่วนใหญ่ยังคงพุ่งเป้าเข้าทำลายจุดยุทธศาสตร์เนื่องจากขาดแคลนระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับสูง
ทางฝั่งรัสเซียรายงานว่าถูกยูเครนโจมตีกลับด้วยโดรนเช่นกัน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 5 รายในคาบสมุทรไครเมีย และอีก 2 รายในสาธารณรัฐชูวัชของรัสเซีย นอกจากนี้ ยูเครนยังส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน "คิเนฟ" (Kinef) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียจนเกิดเพลิงไหม้ เพื่อตัดกำลังการผลิตเชื้อเพลิงที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจของมอสโกถึงร้อยละ 6.6 ของปริมาณการกลั่นทั้งประเทศ
การที่รัสเซียเมินข้อเสนอหยุดยิงถาวรของยูเครน แต่กลับเลือกหยุดยิงเพียง 2 วันเพื่อจัดงานพาเหรดในจตุรัสแดง สะท้อนให้เห็นถึงการใช้มิติทางประวัติศาสตร์มาสร้างความชอบธรรมให้กับการสู้รบในปัจจุบัน ท่ามกลางเสียงเรียกร้องระบบป้องกันภัยทางอากาศ "แพทริออต" (Patriot) จากยูเครนที่ดังขึ้นเรื่อยๆ สถานการณ์นี้จึงทิ้งคำถามสำคัญว่า บรรทัดฐานความมั่นคงในยุโรปจะขยับไปทิศทางใด เมื่อการเจรจาสันติภาพถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองในการพักรบระยะสั้นเท่านั้น
ข่าวล่าสุด