เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะลึกชนวนเหตุ "ทรัมป์" เปิดศึก "โป๊ปเลโอที่ 14" จากนโยบายผู้อพยพสู่สงครามอิหร่าน

18 เม.ย. 2569

เจาะลึกชนวนเหตุ "ทรัมป์" เปิดศึก "โป๊ปเลโอที่ 14" จากนโยบายผู้อพยพสู่สงครามอิหร่าน

เจาะลึกชนวนเหตุความขัดแย้งระดับโลกเมื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" เปิดศึกวิจารณ์ "โป๊ปเลโอที่ 14" กรณีสงครามอิหร่านและนโยบายผู้อพยพ สร้างรอยร้าวลึกในพรรครีพับลิกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างทำเนียบขาวและคริสตจักรคาทอลิกมาถึงจุดแตกหักครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากโจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 อย่างรุนแรงต่อเนื่องนานนับสัปดาห์ หลังจากพระองค์ทรงวิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านและนโยบายเนรเทศผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์

 

ชนวนเหตุการปะทะ: จากพรมแดนสู่สมรภูมิ

ความขัดแย้งไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับเหตุการณ์ดังนี้

  • Catalyst (28 ก.พ. 2569): ปฏิบัติการ "Epic Fury" (การโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านโดยสหรัฐฯ-อิสราเอล) เริ่มต้นขึ้น โป๊ปเลโอทรงแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งและเรียกร้องให้หยุดวงจรความรุนแรง

  • การเนรเทศผู้อพยพ: โป๊ปทรงวิจารณ์นโยบายเนรเทศครั้งใหญ่ของทรัมป์ว่า "ขาดความเคารพอย่างยิ่ง" ซึ่งเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์จากโป๊ปฟรานซิสพระสันตะปาปาองค์ก่อน

  • จุดเดือด (12 เม.ย. 2569): หลังจบรายการ "60 Minutes" ที่เหล่าพระคาร์ดินัลวิจารณ์ว่าสงครามอิหร่านขัดต่อหลัก "สงครามที่ยุติธรรม" (Just War) ทรัมป์ได้โพสต์โจมตีโป๊ปว่า "อ่อนแอเรื่องอาชญากรรม" และเป็นพวก "เสรีนิยมสุดโต่ง"

วาทะเดือด: "ถ้าผมไม่อยู่ในทำเนียบขาว ท่านคงไม่ได้เป็นโป๊ป"

ทรัมป์สร้างความตกตะลึงด้วยการกล่าวอ้างว่าชัยชนะในการเลือกตั้งของเขามีส่วนทำให้คริสตจักรเลือกโป๊ปชาวอเมริกันองค์แรกในประวัติศาสตร์ เพื่อให้ง่ายต่อการดีลกับเขา

  • ทรัมป์กล่าว: "พระองค์ไม่ได้อยู่ในโผด้วยซ้ำ... ถ้าผมไม่อยู่ที่นี่ เลโอคงไม่ได้อยู่ที่วาติกัน" พร้อมแนะให้โป๊ปหยุดทำตัวเป็นนักการเมืองและหันไปใช้ "สามัญสำนึก"
  • การตอบโต้ของโป๊ป (13 เม.ย. 2569): พระองค์ทรงยืนยันว่า "ไม่มีความกลัวต่อรัฐบาลทรัมป์" และจะทำหน้าที่เผยแผ่พระวรสารในฐานะ "ผู้สร้างสันติ" ต่อไป ไม่ใช่ในฐานะนักการเมือง

 

รอยร้าวในพรรครีพับลิกัน

ความขัดแย้งนี้ส่งผลกระทบต่อฐานเสียงและคนในพรรคอย่างหนัก

  • ฝ่ายสนับสนุนทรัมป์: เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี (ผู้เปลี่ยนมานับถือคาทอลิก) แนะให้โป๊ป "ยุ่งแต่เรื่องศีลธรรม" ขณะที่ ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาฯ โต้แย้งว่าสงครามอิหร่านคือสงครามที่ยุติธรรมเพื่อปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์จากก่อการร้าย

  • ฝ่ายคัดค้าน: สมาชิกพรรคหลายคนรวมถึง ซูซาน คอลลินส์ และ เดวิด ชไวเคิร์ต มองว่าคำพูดของทรัมป์ "น่ารังเกียจ" และส่งผลเสียต่อคะแนนเสียงชาวคาทอลิกในการเลือกตั้งกลางเทอม

  • สื่ออนุรักษนิยม: เกิดการปะทะกันเองระหว่าง ฌอน แฮนนิตี้ (Fox News) ที่วิจารณ์โป๊ปว่าไม่เคยอ่านไบเบิล กับ ทัคเกอร์ คาร์ลสัน ที่มองว่าการวิจารณ์สงครามของโป๊ปเป็นเรื่องปกติ

ไทม์ไลน์ความขัดแย้งล่าสุด (16-17 เม.ย. 2569)

  • 16 เม.ย.: ทรัมป์อ้างโดยไม่มีหลักฐานว่าโป๊ปสนับสนุนให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ (ซึ่งคริสตจักรปฏิเสธมาตลอด)

  • 16 เม.ย.: โป๊ปโพสต์เตือนผู้ที่ "บิดเบือนศาสนาและพระนามของพระเจ้า" เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองและสงคราม

  • 17 เม.ย.: ทรัมป์ยืนยันว่าเขามีสิทธิ์ที่จะเห็นต่าง เพราะนี่คือ "โลกที่โหดร้าย" และไม่จำเป็นต้องมีการเข้าพบเพื่อปรับความเข้าใจแต่อย่างใด