ผลคะแนนถล่มทลาย:
รายงานการนับคะแนนอย่างเป็นทางการระบุว่า พรรคทิสซาคว้าที่นั่งไปได้ถึง 138 ที่นั่ง จากทั้งหมด 199 ที่นั่ง ในรัฐสภา หรือคิดเป็นรอยละ 53.6 ของคะแนนเสียงทั้งหมด ขณะที่พรรคฟิเดสซ์ของออร์บานได้ไปเพียง 55 ที่นั่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 37.8
ความพ่ายแพ้ที่ “เจ็บปวด แต่ชัดเจน”:
วิคเตอร์ ออร์บาน ซึ่งครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2553 และชนะเลือกตั้งติดต่อกันถึง 4 สมัย ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อ ปีเตอร์ มักยาร์ พร้อมเรียกผลการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า "เจ็บปวด แต่ชัดเจน"
ความพ่ายแพ้ของออร์บานไม่เพียงแต่เป็นจุดเปลี่ยนภายในประเทศ แต่ยังส่งผลกระทบระดับโลก โดยถูกมองว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้นำยุโรป เนื่องจากออร์บานมักถูกมองว่าเป็น "หนามตำใจของสหภาพยุโรป" (EU) มาโดยตลอด
นอกจากนี้ ยังถือเป็นความพ่ายแพ้สำหรับ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ให้การสนับสนุนออร์บานอย่างออกนอกหน้าในช่วงหาเสียง
ชัยชนะจากปัญหาปากท้องและการทุจริต:
ในช่วงหาเสียง ออร์บานพยายามใช้วิธีปลุกปั่นความหวาดกลัวว่า ฮังการีอาจถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามยูเครน แต่ ปีเตอร์ มักยาร์ เลือกที่จะเน้นเรื่องการต่อต้านการทุจริต และประเด็นภายในประเทศ ตั้งแต่เศรษฐกิจที่ซบเซา ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ไปจนถึงระบบสาธารณสุขที่ย่ำแย่
โดย มักยาร์ ได้กล่าวต่อหน้าฝูงชนผู้สนับสนุนที่โห่ร้องด้วยความยินดีว่า "เราได้ร่วมกันโค่นล้มระบอบของออร์บาน เราได้ปลดปล่อยฮังการีร่วมกัน เราได้ทวงคืนประเทศของเรากลับมาแล้ว"
พร้อมทั้งประกาศว่า "วันนี้ชาวฮังการีตอบรับยุโรปและตอบรับฮังการีที่เสรี" ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองด้วยแสงเทียนและเสียงเพลง "My Way" ของ แฟรงก์ ซินาตรา
EU ขานรับ “หัวใจยุโรปเต้นแรงขึ้น”:
เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ยกย่องชัยชนะของพรรคทิสซาว่าเป็นก้าวสำคัญของฮังการีสู่ยุโรป
โดยเธอโพสต์บน X ว่า "หัวใจของยุโรปเต้นแรงขึ้นในฮังการีคืนนี้" (Europe's heart is beating stronger in Hungary tonight) และระบุว่าฮังการีได้เลือกยุโรปแล้ว และประเทศกำลังกลับมาสู่เส้นทางยุโรปอีกครั้ง ซึ่งทำให้สหภาพยุโรปแข็งแกร่งขึ้น
สรุปบทบาทออร์บานและพันธมิตร:
ที่ผ่านมา วิคเตอร์ ออร์บาน ได้กระชับอำนาจควบคุมสถาบันสาธารณะ ศาล และสื่อต่างๆ จนทำให้สมาชิกรัฐสภาสหภาพยุโรป และองค์กรตรวจสอบจากตะวันตกหลายแห่ง ไม่ถือว่าฮังการีเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ในยุคของเขา
สำหรับพรรครีพับลิกันในสหรัฐฯ และกลุ่มขวาจัดในยุโรป ออร์บานถูกมองว่าเป็นผู้บุกเบิก โดยเขารักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และยังมีการจัดงานย่อยของประชุมฝ่ายอนุรักษ์นิยมประจำปีที่สำคัญที่สุดในสหรัฐฯ (CPAC) ในฮังการีอีกด้วย
ก่อนวันเลือกตั้ง เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เดินทางไปยังกรุงบูดาเปสต์ เพื่อพยายามพลิกฟื้นคะแนนนิยมของ ออร์บาน
ขณะที่ปูตินก็แสดงการสนับสนุน ออร์บาน เนื่องจากเขาเป็นผู้นำ EU เพียงคนเดียวที่ต่อต้านมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียและสนับสนุนความสัมพันธ์ที่อบอุ่นยิ่งขึ้นกับรัสเซีย
#ฮังการี #เลือกตั้งฮังการี #วิคเตอร์ออร์บาน #ปีเตอร์มักยาร์ #พรรคทิสซา #สหภาพยุโรป #EU #โดนัลด์ทรัมป์ #วลาดิมีร์ปูติน #ข่าวต่างประเทศ #การเมืองโลก