"ทูตอิหร่าน" จัดพิธีอาลัย ครบ 40 วัน สูญเสีย "คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุด
10 เม.ย. 2569

“ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือสัญลักษณ์แห่งการสืบสาน” ทูตอิหร่านส่งสารถึงชาวโลก ในวันครบ 40 วัน สูญเสียผู้นำสูงสุด ย้ำสู้เพื่อความยุติธรรม และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ"
ข่าว
10 เม.ย. 2569

“ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือสัญลักษณ์แห่งการสืบสาน” ทูตอิหร่านส่งสารถึงชาวโลก ในวันครบ 40 วัน สูญเสียผู้นำสูงสุด ย้ำสู้เพื่อความยุติธรรม และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ"
10 เมษายน 2569 สถานทูต สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย ได้จัดทำพิธี รำลึก และ อาลัย ต่อ อสัญกรรม ของ อายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี อดีต ผู้นำสูงสุด จากไปครบ 40 วัน โดยร่วมกับ องค์กรมูลนิธิฯ ศูนย์กลางอิสลาม แห่งประเทศไทย โดยมี ท่านอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย
ดร.เมห์ดี ซาเระ ทูตวัฒนธรรม สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ประจำประเทศไทย ได้เป็น ประธานจัดงาน ได้กล่าวต้อนรับ ฯพณฯ อรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เป็น ประธานกล่าวเปิดงาน ในพิธี ครั้งนี้ จากนั้นได้เรียนเชิญ ดร.เฮย์ดารี เอกอัครราชทูต อิหร่าน ประจำประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์ อาลัย ต่อ ผู้นำสูงสุด โดยมีใจความ ดังต่อไปนี้
ท่าน ดร.เฮย์ดารี เอกอัครราชทูต ได้กล่าวถึงวันที่ 40 นั้น ในวัฒนธรรมของเราไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่เป็นสัญลักษณ์ของการสืบสาน ความสุกงอมของเลือดแห่งผู้พลีชีพ และจุดเริ่มต้นของการเติบโตใหม่ หากศัตรูคิดว่าการลอบสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี และเหล่านายทหารผู้กล้าหาญของกองทัพอิหร่าน รวมถึงพลเรือนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ทั้งผู้หญิง เด็ก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กหญิงตัวน้อย จากโรงเรียนประถมมีนาบ (Minab Elementary School)
ในกรณี ช่วง 40 วันที่ผ่านมา จะทำให้เปลวไฟแห่ง ความยุติธรรม ดับมอดลง ในวันนี้ เมื่อมองมายังการปรากฏตัวของพวกท่านในที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อรำลึกถึงการพลีชีพของผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านในประเทศไทย และ ส่วนอื่นๆ ของโลก จะตระหนักได้ว่าผู้พลีชีพนั้นยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีวันตาย
สิ่งที่เกิดขึ้น จะอยู่กับอิหร่าน และ โลกอิสลามในช่วง 40 วัน ที่อ้างสิทธิ์ในสิทธิมนุษยชนจอมปลอม ต่อการรุกราน ที่ป่าเถื่อนของระบอบไซโอนิสต์ ด้วยการสมรู้ร่วมคิดและสนับสนุนโดยตรงจากสหรัฐอเมริกา ได้แสดงให้เห็นว่า การต่อสู้ในวันนี้คือการต่อสู้ระหว่างมนุษยธรรมและความป่าเถื่อน
สำหรับกรณีที่พวกเขาคิดว่า การทิ้งระเบิดและการลอบสังหารเจ้าหน้าที่ จะสามารถทำลายเจตจำนงของชาติ ที่ถือว่าการพลีชีพ คือ ความสุขได้ แต่ ความจริงก็คือ เลือดทุกหยดที่หยดลงในกาซา และ เตหะราน ได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการตื่นรู้ในหมู่เยาวชนมุสลิม ตั้งแต่ตะวันออกจรดตะวันตกของโลก และนี่คือวิถีแห่งพระเจ้า พวกท่านมุสลิมในประเทศไทย เป็นที่รู้จักเสมอมาในเรื่องของความพอดี ความรัก และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
แต่ในวันนี้ ส่วนหนึ่งของหน้าที่ทางศาสนาและอิสลามของเราคือ การประณามผู้กดขี่ การที่พวกท่านมาอยู่ ณ ศูนย์กลางอิสลามแห่งนี้ในโอกาสครบรอบ 40 วันแห่งการพลีชีพของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ส่งสารที่ชัดเจนไปยังโลกว่า ประชาชาติอิสลามคือเรือนร่างเดียวกัน และชาวมุสลิมจะไม่มีวันยอมสยบต่อการกดขี่ใด ๆ ทั้งสิ้น
ข่าวล่าสุด