สิ่งที่เกิดขึ้น จะอยู่กับอิหร่าน และ โลกอิสลามในช่วง 40 วัน ที่อ้างสิทธิ์ในสิทธิมนุษยชนจอมปลอม ต่อการรุกราน ที่ป่าเถื่อนของระบอบไซโอนิสต์ ด้วยการสมรู้ร่วมคิดและสนับสนุนโดยตรงจากสหรัฐอเมริกา ได้แสดงให้เห็นว่า การต่อสู้ในวันนี้คือการต่อสู้ระหว่างมนุษยธรรมและความป่าเถื่อน
สำหรับกรณีที่พวกเขาคิดว่า การทิ้งระเบิดและการลอบสังหารเจ้าหน้าที่ จะสามารถทำลายเจตจำนงของชาติ ที่ถือว่าการพลีชีพ คือ ความสุขได้ แต่ ความจริงก็คือ เลือดทุกหยดที่หยดลงในกาซา และ เตหะราน ได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการตื่นรู้ในหมู่เยาวชนมุสลิม ตั้งแต่ตะวันออกจรดตะวันตกของโลก และนี่คือวิถีแห่งพระเจ้า พวกท่านมุสลิมในประเทศไทย เป็นที่รู้จักเสมอมาในเรื่องของความพอดี ความรัก และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
แต่ในวันนี้ ส่วนหนึ่งของหน้าที่ทางศาสนาและอิสลามของเราคือ การประณามผู้กดขี่ การที่พวกท่านมาอยู่ ณ ศูนย์กลางอิสลามแห่งนี้ในโอกาสครบรอบ 40 วันแห่งการพลีชีพของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ส่งสารที่ชัดเจนไปยังโลกว่า ประชาชาติอิสลามคือเรือนร่างเดียวกัน และชาวมุสลิมจะไม่มีวันยอมสยบต่อการกดขี่ใด ๆ ทั้งสิ้น