ชาวอิหร่านในไทย ชุมนุมหน้าสถานทูต เรียกร้องรัฐบาลอิหร่านลาออก
28 มี.ค. 2569
กลุ่มชาวอิหร่านในไทย รวมตัวหน้าสถานทูต ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านลาออก หนุน “เรซา ปาห์ลาวี” มีบทบาท ขณะที่ตำรวจดูแลเข้ม
ข่าว
28 มี.ค. 2569
กลุ่มชาวอิหร่านในไทย รวมตัวหน้าสถานทูต ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านลาออก หนุน “เรซา ปาห์ลาวี” มีบทบาท ขณะที่ตำรวจดูแลเข้ม
28 มีนาคม 2569 ช่วงบ่ายที่ผ่านมา กลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “กลุ่มรักชาติรักประเทศอิหร่านที่อยู่ในไทย” ซึ่งเป็นชาวอิหร่านที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย รวมตัวทำกิจกรรมบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ซอยสุขุมวิท49/11 เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และแสดงพลังถึงข้อเรียกร้องของกลุ่ม ไปยังเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย โดยมีการนำรูปภาพของชาวอิหร่านที่ถูกกดขี่สังหาร มาแสดง และข้อความต่างๆที่สื่อถึงข้อเรียกร้องที่อยากให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงและให้รัฐบาลอิหร่านในปัจจุบันลาออก รวมทั้งยังได้กล่าวสรรเสริญ เจ้าชายของอิหร่านเป็นภาษาฟาร์ซีด้วย และร้องเพลงชาติอิหร่าน
หนึ่งในตัวแทนที่จัดกิจกรรม ชาวอิหร่านที่อยู่ในประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมเรียกร้อง ว่า เนื่องจากปัจจุบันพ่อแม่พี่น้องที่อาศัยอยู่อิหร่าน ไม่สามารถติดต่อได้ และไม่รู้ว่าสถานการณ์ในประเทศเป็นอย่างไร เพราะมีคนเสียชีวิตภายในประเทศหลายหมื่นคนที่ออกมาเรียกร้อง ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลปัจจุบันของอิหร่าน จึงมาเรียกร้องเพื่ออยากให้รัฐบาลนี้ออกไป พร้อมยอมรับว่า เรากลัวว่าพ่อแม่พี่น้องเราจะโดนกระทำเพราะเขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ออกมาประท้วงเช่นกัน
และยืนยันว่า การรวมตัวในประเทศไทย ไม่ได้ใช้ไทยเป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ต้องการยื่นข้อเรียกร้องต่อสถานทูตโดยตรง พร้อมชื่นชมประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่วางตัวเป็นกลาง มีเสรีภาพ และไม่มีความขัดแย้งกับนานาชาติ
ในฐานะประชาชนอิหร่านก็มีจำนวนเยอะที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลปัจจุบันของอิหร่าน และคนเหล่านี้ไม่มีปัญหากับความเชื่อไหน แต่อยากให้ประเทศเป็นประเทศที่อิสระ ใช้ชีวิตภายในประเทศได้อย่างปกติและมีสันติภาพ โดยไม่มีปัญหากับคนทั่วโลก ทั้งอเมริกาและประเทศอื่น วันนี้จึงต้องมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปัจจุบันของอิหร่านต้องออกไปได้แล้ว และอยากให้ “เจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี” มกุฎราชกุมารองค์สุดท้าย กลับมามีบทบาททางการเมืองในประเทศอิหร่าน
แม้ก่อนหน้านี้ จะเคยมีการเรียกร้องมาโดยตลอด และทุกรอบจะมีการจับเข้าคุก อย่างรอบนี้ก็มีการฆ่าเยอะที่สุด ซึ่งทุกรอบไม่เกิดความสำเร็จ เพราะไม่มีคนที่จะมายืนอยู่ข้างประชาชน แต่การเรียกร้องครั้วนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะประชาชน 70-80% ได้รับผลทางเศรษฐกิจและครอบครัวของเขา ทั้งนี้ในระยะต่อไป หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง กลุ่มเสนอให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อกำหนดทิศทางของประเทศ
ส่วนประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอล ที่โจมตีอิหร่าน ตัวแทนกลุ่มฯ ระบุว่า ไม่มีใครต้องการให้เกิดความรุนแรง แต่มองว่าการแสดงบทบาทของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ถูกมองว่าเป็นการเข้ามาช่วยเหลือในมุมของสิทธิมนุษยชน เนื่องจากการสูญเสียชีวิตจำนวนมากไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมใดก็ตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้มาดูคงามสงบเรียบร้อยด้วยตนเอง และได้ใช้กำลังดูแลความสงบเรียบร้อยจาก กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 100 นาย กระจายกำลังโดยรอบพื้นที่ หน้าสถานทูตฯและบริเวณใกล้เคียง
โดย พล.ต.ท.สยาม บอกว่า หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมไปแจ้งการชุมนุม ก็ได้กำหนดกรอบให้ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และไม่ทำอะไรที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย โดยได้แจ้งให้ทางแกนนำได้รับทราบ ส่วนมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุได้มีการตั้งจุดคัดกรองอาวุธจากผู้ชุมนุม รวมถึงป้องกันมือที่สามที่ต้องเฝ้าระวังเตรียมความพร้อมไว้
ส่วนจะต้องเฝ้าระวังความละเอียดอ่อนที่จะไปกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไรนั้น พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า ผู้บังคับบัญชามีความห่วงใยในเรื่องนี้และประเทศไทยเราก็วางตัวเป็นกลาง ให้ทำกิจกรรมภายใต้กรอบของกฎหมาย
ทั้งนี้จากกรณีที่คู่ขัดแย้งในตะวันออกกลางมีการออกมาเคลื่อนไหวในประเทศไทยมาขึ้นนั้น ทางตำรวจก็จะมีการพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการต่างๆเพื่อไม่ให้เกิดเหตุกระทบกระทั่ง และภัยคุกคามด้านอื่นๆ ซึ่งเราให้ความสำคัญและระมัดระวังในเรื่องนี้ ซึ่งภาพรวมของการทำกิจกรรมยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่มีอะไรที่เป็นไปในลักษณะฝ่าฝืนกฎหมาย
