ครบรอบ 1 ปี "ตึก สตง.ถล่ม" ญาติยังทำใจไม่ได้และรอความยุติธรรม
28 มี.ค. 2569
ญาติผู้สูญเสียเหตุแผ่นดินไหวตึก สตง.ถล่ม 93 ราย ร่วมทำบุญครบรอบ 1 ปี ย้ำยังคาใจสาเหตุ-ไร้คนรับผิด พร้อมเรียกร้องความยุติธรรม
ข่าว
28 มี.ค. 2569
ญาติผู้สูญเสียเหตุแผ่นดินไหวตึก สตง.ถล่ม 93 ราย ร่วมทำบุญครบรอบ 1 ปี ย้ำยังคาใจสาเหตุ-ไร้คนรับผิด พร้อมเรียกร้องความยุติธรรม
28 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่ตึก สตง. ย่านจตุจักร หลังครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์โศกนาฏกรรม แผ่นดินไหว ทำให้ตึก สตง.ถล่ม มีผู้เสียชีวิตถึง 93 ราย ผู้สูญหาย 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 8 ราย โดยตลอดช่วงเช้าญาติของผู้สูญเสียหลายคน เดินทางมาร่วมทำบุญ โดยนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป มาสวดบำเพ็ญกุศล ภายในอาคาร สตง. ที่อยู่ติดกับอาคารที่ถล่มลงมา เพื่ออุทิศส่วนกุศล และไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต
ทั้งนี้ มีนายคณพศ หงสาวรางกูร รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะตัวแทนของ สตง. เดินทางมาร่วมทำบุญด้วย นอกจากทำบุญภายในอาคารแล้ว ยังได้ไปทำบุญบริเวณจุดเกิดเหตุที่ตึกถล่มลงมา โดยมีการนำรูปของผู้เสียชีวิต มาทำพิธีด้วย
หนึ่งในครอบครัวของผู้เสียชีวิตและเป็นคนจัดงานในวันนี้ ก็คือ นางเฉลิมศรี พรมสา แม่ของนาย ปรเมศวร์ รอดน้อย อายุ 25 ปี ผู้ควบคุมงานออกแบบที่เกิดเหตุ โดยมาควบคุมงานทำราวบันได ได้เพียง 2 วัน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สลด
โดยนางเฉลิมศรี ยังคงเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกชาย โดยบอกว่า การจัดงานในวันนี้ ได้โทรศัพท์ไปสอบถามทางเขต บอกคืนพื้นที่ให้ สตง. ก็เลยติดต่อไปที่ สตง. เพื่อขอทำบุญ ขอเข้าพื้นที่ เพราะเป็นวันที่สูญเสียลูกเรา แล้วเจ้าหน้าที่ก็อนุญาต จัดพื้นที่ให้ ซึ่งญาติทุกคนที่สูญเสียไป บอกอะไรไม่ได้เลย และทุกวันนี้ เราก็ยังอยากได้คำตอบจากคนที่รู้ หรือคนที่กำลังทำงานอยู่ให้เราทราบบ้างว่า วันที่วันที่ 28 มี.ค.68 เมื่อปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้น ทุกคนรู้ว่าแผ่นดินไหว แต่อาจจะไม่ได้เจ็บเหมือนเรา
ที่ผ่านมา อยากหาความเป็นธรรม อยากหาคนผิดให้ได้ก่อน และตนเองสูญเสียลูก และส่วนตัวก็ไม่อยากให้คิดว่า “ก่อสร้างตาย แล้วให้แค่นี้มันใช่เหรอ เราส่งลูกเรียนมาตั้งแต่ อ.1 แล้วมามองว่าพวกก่อสร้างให้เงินก็จบ คุณจะฟาดหัวด้วยเงินแค่นี้เหรอ เราส่งเสียลูกเราเรียนเท่าไร”
เงินเยียวยาที่ผ่านมา ก็มาจากหลายหน่วยงานทั้งเอกชนและรัฐบาล แต่จำตัวเลขไม่ได้ ส่วนบริษัทก่อสร้างทั้งไชน่าเรียลเวย์ เยียวยาเงินให้ 5 แสน อิตาเลียนไทยฯ เยียวยา 5 แสน แต่ถ้ามองว่า เยียวยาเท่านี้แล้วโอเคกับชีวิตหนึ่ง ก็อยากให้คุณเจอแบบนั้นบ้าง
นางเฉลิมศรี บอกด้วยว่า ตอนนี้เรื่องมันก็ผ่านมา 1 ปีแล้ว ทุกคนก็เหมือนเดินไปเรื่อยๆชินและชา เฉย แต่เราไม่ได้เป็นแบบนั้น เรายังคุยแชตกับลูกเหมือนที่คุยกันทุกวัน
“ไลน์หาลูกทุกวัน คุยกันทุกเรื่อง กินข้าวรึยัง วันนี้ไปทำบุญนะ เหมือนเราเป็นบ้าไปแล้ว คนอื่นคงมองว่าเราคงเป็นบ้าไปแล้ว เราอยากคุยกับลูก เพราะคิดว่าทั้งชีวิตเรามีลูกแค่คนเดียวที่คาดหวังไว้ กาลเวลาที่จะเยียวยาเราเอง และความถูกต้องที่คนทำผิดได้มารับโทษจะทำให้เราหลุดจากตรงนี้ได้”
นางเฉลิมศรี ยังบอกอีกว่า วันนี้ที่เข้ามาได้เห็นซากตึก สตง. ภาพแรกที่คิดคือ “ลูกเราอยู่ไหน เขาจะเจ็บแค่ไหนหรือเขาไม่เจ็บเลย” เรามองหาจุดที่ลูกอยู่ แต่ก็ไม่รู่อยู่ตรงไหน แค่รู้สึกว่า ลูกและเพื่อนๆที่เสีย คนผิดจริงๆเขาคือใคร มันมีจริง แต่ทำไมไม่มีใครออกมาได้รับโทษบ้าง
และจนถึงวันนี้ ยังจำพูดสุดท้ายของลูกได้ ที่เขาบอกเสมอว่า “รักแม่นะ” เพราะเราจะบอกรักกันทุกวัน ถ้าเราเจอหน้ากัน แม้จะมีปัญหาแม่กับลูกแต่ก็บอกรักกัน กอดกัน
ส่วน นางสาวขวัญเรียน ศิริจันทร์ น้องสาวของนายสุขสวัสดิ์ ศิริจันทร์ ช่างไฟที่เสียชีวิต บอกว่า ทุกวันนี้ยังคิดถึงพี่ชายที่สูญเสียไปจากเหตุการณ์อยู่เสมอ และยังทำใจไม่ได้ ตอนแรกเราเหลือกันแค่ 2 คนพี่น้อง เพราะว่าพ่อแม่น้องชายเสียชีวิตหมดแล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พี่ชายของเราเสียชีวิตไป ตอนนี้เราเหลือตัวคนเดียวแล้ว อย่าบอกว่าคิดถึงพี่ชายตลอด และยังคงพูดอะไรไม่ออก รู้สึกสงสารพี่ชาย
1ปีที่ผ่านมา อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งเตือนใจว่า จะต้องให้เกิดการป้องกันและระมัดระวังที่มันดีกว่านี้ เพื่อที่ชีวิตคนที่มาทำงานทุกคน พวกเขามีครอบครัวและลูกเล็กที่รออยู่ข้างหลัง การสูญเสียที่เกิดขึ้นมันไม่คุ้ม ทั้งนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนเองยังหมั่นทำบุญให้กับพี่ชาย และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ตลอด ความไม่ปลอดภัยและการสูญเสียที่เกิดขึ้น มันสร้างความเสียใจให้กับเราเป็นอย่างมาก ไม่เกิดขึ้นกับใครก็คงไม่รู้ และพี่ชายก็เป็นเสาหลักของครอบครัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศวันนี้ ก็ยังเป็นไปด้วยความโศกเศร้าแม้จะผ่าน 1 ปีแล้ว แต่ญาติหลายคนที่เข้ามาเห็นซากปรักหักพัง ร่องรอยความสูญเสีย ก็หลั่งน้ำตาร้องไห้ออกมา เพราะยังทำใจไม่ได้
