ยูเครนอ่วมหนัก! รัสเซียรัวโดรน 948 ลำเปิดฉากบุกระลอกใหม่
25 มี.ค. 2569
รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนระลอกใหม่ ส่งโดรนถล่ม 948 ลำใน 24 ชม. กระทบมรดกโลกยูเนสโก ด้านเซเลนสกีเตือนขาดแคลนขีปนาวุธเหตุสหรัฐฯ มุ่งความสนใจไปที่สงครามอิหร่าน
ข่าว
25 มี.ค. 2569
รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนระลอกใหม่ ส่งโดรนถล่ม 948 ลำใน 24 ชม. กระทบมรดกโลกยูเนสโก ด้านเซเลนสกีเตือนขาดแคลนขีปนาวุธเหตุสหรัฐฯ มุ่งความสนใจไปที่สงครามอิหร่าน
กองทัพรัสเซียสร้างสถิติใหม่ในการโจมตีทางอากาศ โดยการปล่อยโดรนจำนวน 948 ลำ เข้าถล่มพื้นที่ต่างๆ ของยูเครนภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เริ่มสงคราม ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเคลื่อนกำลังพลและยุทโธปกรณ์หนักเข้าสู่แนวหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าเป็นสัญญาณการเริ่มต้นของ "การบุกระลอกใหม่" (New Offensive) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
การโจมตีในช่วงกลางวันที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักครั้งนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในเมืองอีวาโน-แฟรงกิฟสค์ และภูมิภาควินนิตเซีย นอกจากนี้ในเมืองลวีฟ (Lviv) โดรนลำหนึ่งได้พุ่งชนอาคารเก่าแก่ใกล้กับโบสถ์เซนต์แอนดรูว์สมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) จนได้รับความเสียหาย
ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ออกมาเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรเร่งส่งมอบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศโดยด่วน พร้อมยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ยูเครนกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนขีปนาวุธอย่างหนัก เนื่องจาก "วอชิงตัน" กำลังมุ่งความสนใจไปที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน
เซเลนสกีระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า "สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์มีความซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากสงครามในอิหร่าน" พร้อมเผยว่าข้อตกลงการรับประกันความมั่นคงจากสหรัฐฯ ที่ควรจะเสร็จสิ้น 100% กลับยังไม่มีความคืบหน้าในการลงนามจากการเจรจาล่าสุดที่รัฐฟลอริดาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
สถาบันเพื่อการศึกษาปฏิบัติการสงคราม (ISW) และ พลเอกโอเลกซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน ยืนยันตรงกันว่ารัสเซียได้เริ่มยุทธการบุกครั้งใหม่แล้ว โดยมีการพยายามบุกทะลวงแนวป้องกันในหลายจุดยุทธศาสตร์พร้อมกัน รัสเซียอาศัยช่วงเวลาที่หิมะละลายและสภาพอากาศเอื้ออำนวยในการเร่งเครื่องสงครามบั่นทอนกำลัง (War of Attrition)
ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา รัสเซียเปิดฉากโจมตีภาคพื้นดินไปแล้วกว่า 619 ครั้ง แม้ยูเครนจะส่งกำลังเสริมเข้าต้านทานอย่างสุดกำลัง แต่การขาดแคลนขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่สหรัฐฯ เคยสนับสนุนเป็นหลัก กลายเป็นช่องโหว่สำคัญที่รัสเซียกำลังใช้ประโยชน์ในเวลานี้
