นายสีหศักดิ์ ยังได้ย้ำกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านว่า ไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และมีกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการเดินเรือด้วยความปลอดภัย จนเกิดการโจมตีเรือมยุรีนารี ตนจึงขอให้อิหร่านอำนวยความสะดวก ให้เรือของไทยใช้ช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ซึ่งฝ่ายอิหร่านจึงรับปากว่า จะประสานงานให้ และให้ทางกระทรวงการต่างประเทศ ส่งรายชื่อเรือของไทยที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะนี้ กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งรายชื่อไปทั้งหมด 2 ลำ ได้แก่ เรือของบางจาก และของบริษัท SCG Chemical โดยเพิ่งทราบเมื่อวาน (23 มี.ค.) ว่า เรือของบางจาก สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย และตอนนี้กำลังกลับไทย หวังว่า เรืออีก 1 ลำของไทย จะเดินทางกลับไทยอย่างปลอดภัยเช่นกัน พร้อมขอบคุณทางการอิหร่าน และโอมาน ที่ช่วยเข้าถึงเรือมยุรีนารี และขอบคุณอิหร่าน ที่อนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ด้วย
ส่วนท่าทีที่ทูตอิหร่านที่ได้ชี้แจงสถานการณ์ของ 3 ลูกเรือไทยเป็นอย่างไรนั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า มีท่าทีที่เป็นบวก
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ (24 มี.ค.) กระทรวงการต่างประเทศ จัดการอบรมสัมมนาเจ้าหน้าที่กงสุลทั่วโลก ประจำปี 2569 โดยมีเจ้าหน้าที่กงสุลจากสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยทั่วโลก เข้าร่วม โดยเจ้าหน้าที่กงสุลจากภูมิภาคตะวันออกกลาง จะเข้าร่วมการอบรมผ่านช่องทางออนไลน์
นายสีหศักดิ์ เปิดการอบรมสัมมนาเจ้าหน้าที่กงสุลทั่วโลก ประจำปี 2569 ของกระทรวงการต่างประเทศ โดยย้ำว่า กระทรวงการต่างประเทศ ให้ความสำคัญด้านการกงสุล การทูตเพื่อประชาชน บริการประชาชน การดูแลคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ และการบริการหนังสือเดินทางให้ทั่วถึง รวดเร็ว รวมถึงการให้บริการด้านวีซ่า และดูแลข้าราชการไทยที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ
ส่วนเหตุการณ์ในตะวันออกกลางที่มีการสู้รบนั้น นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า กระทรวงการต่างประเทศ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และการอพยพคนไทยที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และรวดเร็ว สามารถนำคนไทยอพยพได้แล้วกว่า 1,000 คน
นายสีหศักดิ์ ยังได้ชี้แจงนโยบายการลดระยะเวลาฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว 60 วัน เหลือ 30 วันว่า รัฐบาลก่อนได้อนุมัติฟรีวีซ่า 60 วัน เพื่อการท่องเที่ยว แต่สถานการณ์ปัจจุบัน กลับมีชาวต่างชาติใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น กระทรวงการต่างประเทศ จึงเสนอลดเวลาฟรีวีซ่าจาก 60 วัน เหลือ 30 วัน และสามารถต่อเวลาเพื่อการท่องเที่ยวได้ และมั่นใจว่า จะไม่กระทบการท่องเที่ยว และยังช่วยให้สามารถดูแลความมั่นคงของประเทศได้ดีขึ้น
ด้าน นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ขณะนี้ บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลก จะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ มีทั้งความเร่งด่วน และมีระดับความรุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยบทเรียนจากกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และวิกฤตอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติที่เกิดขึ้น เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า บทบาทของเจ้าหน้าที่กงสุลมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในฐานะด่านหน้าของประเทศ ที่ทำหน้าที่ดูแลคุ้มครอง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนชาวไทยในต่างแดน ตนเชื่อว่า จากนี้ไปงานของกรมการกงสุล ไม่อาจดำเนินไปในลักษณะตั้งรับ หรือคอยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่จะต้องขับเคลื่อนเชิงรุกและการป้องกันได้อย่างชัดเจน
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ยังเน้นย้ำนโยบายสำคัญ 4 ประการ ทั้งการทูตเพื่อประชาชน เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วโลก เปิดประตูสู่โอกาสทางการศึกษาตลาดแรงงาน และธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อนำเม็ดเงินและความกินดีอยู่ดีกลับสู่ครอบครัวคนไทย, การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประกอบการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ และปรับปรุงระบบงานกงสุลให้ทันสมัย ทลายข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่, การเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ กับหน่วยงานท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ เพื่อเสริมสร้างระบบคุ้มครองคนไทยให้เข้มแข็งและยืดหยุ่น การสื่อสารเชิงรุก การใช้ข้อมูลข่าวสารอย่างมีประสิทธิภาพ และมาตรฐานทางจริยธรรมและวิชาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ โปร่งใส เป็นธรรม เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้รับบริการ ยึดมั่นในหลักจริยธรรมของข้าราชการ