svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ฮาวายอ่วม! น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 20 ปี สั่งอพยพด่วนหวั่นเขื่อน 120 ปีแตก

22 มี.ค. 2569

ทางการฮาวายประกาศภาวะฉุกเฉินรับมือน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2004 เฝ้าระวังเขื่อนเก่าแก่อายุ 120 ปีเสี่ยงพังทลาย หลังฝนตกหนักต่อเนื่องทำความเสียหายพุ่งพันล้านดอลลาร์

รัฐฮาวายเผชิญกับเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ หลังพายุฤดูหนาวที่รู้จักกันในชื่อ "โคน่า โลว์" (Kona lows) พัดถล่มทำให้เกิดฝนตกหนักวัดปริมาณได้ถึง 8-12 นิ้ว ในหลายพื้นที่ของเกาะโออาฮู ส่งผลให้น้ำท่วมฉับพลันหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพัดพาพาหนะจมหายไปกับกระแสน้ำ

โจช์ กรีน ผู้ว่าการรัฐฮาวาย ระบุว่ามูลค่าความเสียหายเบื้องต้นอาจสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท) ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อสนามบิน โรงเรียน ถนน และโรงพยาบาล โดยทางการได้ประสานขอความช่วยเหลือเร่งด่วนไปยังทำเนียบขาวเรียบร้อยแล้ว

 

นาทีชีวิต: อพยพนับพัน-เฝ้าระวังเขื่อนแตก

ไฮไลต์สำคัญที่ทางการกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดคือ เขื่อนวาเฮียว่า (Wahiawa Dam) ซึ่งเป็นเขื่อนดินเก่าแก่อายุ 120 ปี ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2449 โดยวิศวกรเตือนว่าเขื่อนอยู่ในสภาวะ "เสี่ยงต่อการพังทลายในทันที" หากปริมาณน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ด้านล่างอย่างมหาศาล

นอกจากนี้ บนเกาะเมาวี ทางการได้ยกระดับการแจ้งเตือนอพยพในพื้นที่ลาไฮนา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เพิ่งได้รับความเสียหายจากไฟป่าครั้งใหญ่เมื่อปี 2023 เนื่องจากอ่างเก็บน้ำเริ่มรับมือกับมวลน้ำไม่ไหว

ปฏิบัติการกู้ภัย: ช่วยชีวิตกว่า 200 ราย

หน่วยกู้ภัยและกองกำลังป้องกันชาติ (National Guard) ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างจากน้ำท่วมแล้วกว่า 200 ราย รวมถึงการใช้เฮลิคอปเตอร์อพยพเด็กและผู้ใหญ่ 72 คนจากค่ายเยาวชนบนเกาะโออาฮู แม้ปัจจุบันยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือสูญหาย แต่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า "อย่าเพิ่งวางใจ" เพราะพายุฝนระลอกใหม่กำลังก่อตัวและจะถล่มซ้ำในช่วงสุดสัปดาห์นี้

 

สรุปสถานการณ์และสถิติสำคัญ (22 มีนาคม 2569)

  • ระดับความรุนแรง: รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2004
  • ปริมาณฝน: 8-12 นิ้ว (20-30 ซม.) ในช่วงเวลาสั้นๆ
  • จำนวนผู้อพยพ: เฉพาะเกาะโออาฮูตอนเหนือกว่า 5,500 คน
  • จุดเสี่ยงสูงสุด: เขื่อนวาเฮียว่า (Wahiawa Dam) อายุกว่า 120 ปี
  • มูลค่าความเสียหายคาดการณ์: 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ