svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

สื่อนอก ชี้วิกฤตพลังงานในไทยอาจทำให้เกิดการปฏิรูปที่ล่าช้ามานาน

20 มี.ค. 2569

สื่อนอก ชี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของไทย ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นในเศรษฐกิจที่พึ่งพาพลังงานนำเข้า เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลชุดใหม่เร่งปฏิรูปโครงสร้างที่ล่าช้ามานาน

20 มีนาคม 2569 หนังสือพิมพ์ด้านการเงินของสิงคโปร์ "บิสสิเนสส์ ไทม์ส" (The Business Times) รายงานว่า ราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทย ที่พึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ก็เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลชุดใหม่ให้เร่งดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างที่ล่าช้ามานาน 

โดยหนึ่งในประเด็นที่คาดว่าจะได้รับความสนใจอีกครั้งคือ ข้อตกลงซื้อขายพลังงานโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement) หรือ DPPA ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนการลงทุนในศูนย์ข้อมูล และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน

รายงานระบุว่า ประเทศไทยอนุมัติโครงการนำร่องในปี 2567 ที่อนุญาตให้ศูนย์ข้อมูลที่เข้าเกณฑ์สามารถจัดหาไฟฟ้าหมุนเวียนได้สูงสุด 2,000 เมกะวัตต์โดยตรงจากผู้ผลิตภาคเอกชน แต่การดำเนินการเป็นไปอย่างล่าช้า

สื่อนอก ชี้วิกฤตพลังงานในไทยอาจทำให้เกิดการปฏิรูปที่ล่าช้ามานาน

รายงานยังอ้างความเห็นของ ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธุ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ด้วยว่า ความล่าช้านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างน้อย 3 คน ใน 3 ปี และความขัดแย้งเรื่องอัตราค่าไฟฟ้า โดยบอกว่า "คิดว่าเรื่องนี้ควรเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ของรัฐบาลชุดต่อไป เพราะ DPPA ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุนในเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ศูนย์ข้อมูลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดด้วย"

ความล่าช้าเกี่ยวกับ DPPA เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่กว้างกว่านั้น นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่างบ่นมานานแล้วว่า กฎระเบียบที่ล้าสมัย และกฎหมายที่ล่าช้ากำลังขัดขวางการลงทุนในภาคส่วนที่ประเทศไทย ซึ่งหวังว่าจะขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต รวมถึงการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริการดิจิทัล และธุรกิจด้านสุขภาพ 

ขณะที่รัฐบาลชุดใหม่ของไทย คาดว่าจะเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากภาคเอกชนให้ผลักดันการปฏิรูปโครงสร้าง และค้นหากลไกการเติบโตใหม่สำหรับเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัว 1.5 ถึง 2.5% ในปีนี้ ก่อนที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งล่าสุดจะทำให้ความเสี่ยงด้านพลังงานเพิ่มสูงขึ้น 

รายงานระบุว่า ถ้าสงครามยืดเยื้อและมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานาน ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 115 ถึง 124 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะทำให้การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยในปีนี้ลดลงเหลือ 1.3%  ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NSC) ประเมินไว้ในขณะนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี