การประชุมระดับทวิภาคีระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ณ ห้อง Oval Office เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก เมื่อทรัมป์ตอบคำถามนักข่าวถึงสาเหตุที่ไม่แจ้งพันธมิตรก่อนเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์
"เราต้องการเซอร์ไพรส์ ใครจะรู้เรื่องเซอร์ไพรส์ดีกว่าญี่ปุ่นอีกล่ะ? แล้วทำไมคุณไม่บอกเราเรื่องเพิร์ลฮาร์เบอร์บ้างล่ะ?" ทรัมป์กล่าวพร้อมรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์
คำพูดดังกล่าวทำให้นายกฯ ทาคาอิจิที่กำลังยิ้มอยู่ถึงกับหุบยิ้มทันทีและแสดงอาการไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเหตุการณ์โจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ในปี 1941 คือบาดแผลทางประวัติศาสตร์ที่อ่อนไหวที่สุดระหว่างสองประเทศ
บีบญี่ปุ่นส่งกำลังรบ: "ผมหวังให้ญี่ปุ่นก้าวขึ้นมาช่วย"
สำหรับหัวข้อหลักของการหารือถูกเปลี่ยนจากเรื่องการค้าและแร่ธาตุ มาเป็นวิกฤต ช่องแคบฮอร์มุซ ที่ถูกอิหร่านปิดกั้น โดยทรัมป์กดดันญี่ปุ่นอย่างตรงไปตรงมาให้ส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดและเรือคุ้มกันถังน้ำมัน เนื่องจากญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันจากพื้นที่นี้สูงถึง 95%
"ผมคาดหวังให้ญี่ปุ่นก้าวเข้ามา เราไม่ได้ต้องการอะไรมาก แต่มันเหมาะสมที่พันธมิตรจะช่วยกัน" ทรัมป์กล่าวเปรียบเทียบว่าญี่ปุ่นควรทำหน้าที่ให้ดีกว่ากลุ่ม NATO ที่เขาตราหน้าว่า "ไม่ค่อยช่วย" ในสงครามครั้งนี้