ทรัมป์ปล่อยมุก "เพิร์ลฮาร์เบอร์" กลางวงถกญี่ปุ่น ทำเงียบทั้งห้อง (คลิป)
20 มี.ค. 2569
โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความตกตะลึงกลางทำเนียบขาว หลังย้อนปล่อยมุก "เพิร์ลฮาร์เบอร์" ใส่ผู้แทนญี่ปุ่น ปมไม่แจ้งล่วงหน้าก่อนถล่มอิหร่าน ทำเอาบรรยากาศเงียบทั้งห้อง
ข่าว
20 มี.ค. 2569
โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความตกตะลึงกลางทำเนียบขาว หลังย้อนปล่อยมุก "เพิร์ลฮาร์เบอร์" ใส่ผู้แทนญี่ปุ่น ปมไม่แจ้งล่วงหน้าก่อนถล่มอิหร่าน ทำเอาบรรยากาศเงียบทั้งห้อง
การประชุมระดับทวิภาคีระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ณ ห้อง Oval Office เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก เมื่อทรัมป์ตอบคำถามนักข่าวถึงสาเหตุที่ไม่แจ้งพันธมิตรก่อนเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์
"เราต้องการเซอร์ไพรส์ ใครจะรู้เรื่องเซอร์ไพรส์ดีกว่าญี่ปุ่นอีกล่ะ? แล้วทำไมคุณไม่บอกเราเรื่องเพิร์ลฮาร์เบอร์บ้างล่ะ?" ทรัมป์กล่าวพร้อมรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์
คำพูดดังกล่าวทำให้นายกฯ ทาคาอิจิที่กำลังยิ้มอยู่ถึงกับหุบยิ้มทันทีและแสดงอาการไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเหตุการณ์โจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ในปี 1941 คือบาดแผลทางประวัติศาสตร์ที่อ่อนไหวที่สุดระหว่างสองประเทศ
สำหรับหัวข้อหลักของการหารือถูกเปลี่ยนจากเรื่องการค้าและแร่ธาตุ มาเป็นวิกฤต ช่องแคบฮอร์มุซ ที่ถูกอิหร่านปิดกั้น โดยทรัมป์กดดันญี่ปุ่นอย่างตรงไปตรงมาให้ส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดและเรือคุ้มกันถังน้ำมัน เนื่องจากญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันจากพื้นที่นี้สูงถึง 95%
"ผมคาดหวังให้ญี่ปุ่นก้าวเข้ามา เราไม่ได้ต้องการอะไรมาก แต่มันเหมาะสมที่พันธมิตรจะช่วยกัน" ทรัมป์กล่าวเปรียบเทียบว่าญี่ปุ่นควรทำหน้าที่ให้ดีกว่ากลุ่ม NATO ที่เขาตราหน้าว่า "ไม่ค่อยช่วย" ในสงครามครั้งนี้
ด้านนายกฯ ทาคาอิจิ ยอมรับว่าการสนทนาครั้งนี้ "ยากลำบากมาก" โดยเธอแสดงจุดยืนประณามการกระทำของอิหร่านและย้ำว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม เธอได้อธิบายถึงข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญใฝ่สันติภาพของญี่ปุ่น และกระแสต่อต้านสงครามของประชาชนญี่ปุ่นที่สูงถึง 82%
แม้ญี่ปุ่นจะร่วมแถลงการณ์กับชาติตะวันตก 5 ประเทศเพื่อรักษาความปลอดภัยในฮอร์มุซ แต่ยังไม่มีการให้คำมั่นสัญญาชัดเจนเรื่องการส่งกองกำลังป้องกันตนเอง (JSDF) เข้าสู่พื้นที่สู้รบ โดยระบุเพียงว่าจะช่วยเหลือในสิ่งที่ "เหมาะสม" เท่านั้น
นักวิเคราะห์จากหลายสำนักมองว่า มุกตลกที่ไร้กาลเทศะของทรัมป์และการกดดันเรื่องความมั่นคง กำลังทดสอบความแข็งแกร่งของพันธมิตร "สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น" มากกว่าครั้งไหน ๆ ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ โดยเฉพาะเมื่อญี่ปุ่นตกอยู่ในที่นั่งลำบากระหว่างการรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญใฝ่สันติภาพของตนเอง
