เนชั่นทีวี

ข่าว

5 ปมคาใจ “ทรัมป์ - อิหร่าน” ใครจะลงจากหลังเสือได้ก่อนกัน

08 มี.ค. 2569

5 ปมคาใจ “ทรัมป์ - อิหร่าน” ใครจะลงจากหลังเสือได้ก่อนกัน

นักวิชาการ ชี้ 5 ปมคาใจ ระหว่าง “ทรัมป์ - อิหร่าน” จุดจบสงครามอิหร่านจะเป็นแบบใด สุดท้ายแล้วใครจะลงหลังเสือได้ก่อนกัน

นักวิชาการ ชี้ 5 ปมคาใจ ระหว่าง “ทรัมป์ - อิหร่าน” จุดจบสงครามอิหร่านจะเป็นแบบใด สุดท้ายแล้วใครจะลงหลังเสือได้ก่อนกัน

KEY

POINTS

 

 

8 มีนาคม 2569 ผ่าน 1 สัปดาห์ของสงครามอิหร่าน ที่สหรัฐอเมริกาจับมือกับอิสราเอล รุมถล่มอิหร่านอย่างต่อเนื่อง

 

แม้รูปแบบของการโจมตีและวิธีการทำสงครามจะเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ก็ตาม แต่ผลของปฏิบัติการทางทหารในช่วง 7 วันแรก ยังคงไม่เป็นไปตามความคาดหมาย

 

เพราะจนถึงขณะนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอล ยัง “เอาอิหร่านไม่ลง”

 

ท่ามกลางกระแสวิจารณ์และตั้งคำถามไปต่างๆ นานา โดยเฉพาะบทจบของสงครามชุดนี้ และอนาคตทางการเมืองของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผูกโยงกับการทำสงครามนอกประเทศอย่างแยกไม่ออก แต่เจ้าตัวก็ยังมีท่าทีแข็งกร้าวอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับอิสราเอลที่มุ่งมั่นทิ้งบอมบ์อิหร่านแบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

หทัย ชุณหะปราณ นักวิชาการอิสระด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ

 

หทัย ชุณหะปราณ นักวิชาการอิสระด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ตอบคำถามที่หลายฝ่ายคาใจ 5 ประเด็น ผ่านรายการข่าวข้นคนข่าว เนชั่นทีวี

 

1. คาดการณ์ระยะเวลาของสงคราม

 

หทัย มองว่า แม้สงครามจะดูรุนแรง แต่ถือว่ายังเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มเท่านั้น ส่วนกลยุทธ์ของทรัมป์ คือ ไม่ต้องการให้สงครามยืดเยื้อ เพราะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย.69

 

ฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ทรัมป์ อาจประกาศชัยชนะและยุติปฏิบัติการได้ทุกเมื่อ หากเห็นว่า "ต้นทุน" สูงเกินไป โดยอาจอ้างว่าทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไปมากพอแล้ว

 

โดนัลด์ ทรัมป์

5 ปมคาใจ “ทรัมป์ - อิหร่าน” ใครจะลงจากหลังเสือได้ก่อนกัน

 

 2. ศักยภาพทางทหารของอิหร่าน

 

เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมากว่า จริงๆ แล้วอิหร่านจะต้านอเมริกาได้จริงหรือไม่

 

ประเด็นนี้ หทัย ให้ข้อมูลว่า ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านถูกทำลายไปประมาณครึ่งหนึ่ง และแท่นปล่อยโดรนถูกทำลายไปถึง 2 ใน 3 ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว ถือเป็นเป้าหมายของสหรัฐฯที่พยายามจัดการมาตลอด

 

เพราะสิ่งที่สหรัฐฯ กังวลคือ "โดรน" เนื่องจากมีราคาถูก ผลิตได้ง่ายและผลิตได้คราวละมากๆ สามารถนำมาก่อกวนระบบป้องกันทางอากาศซึ่งมีต้นทุนสูงมากได้ ซึ่งอิหร่านยังมีฐานการผลิตที่ซ่อนอยู่ใต้ดินหรือในภูเขาด้วย

 

ในมุมของอิหร่าน เป้าหมายของสงครามขอเพียงแค่ "ไม่แพ้" คือรักษาความคงอยู่ของระบอบการปกครองไว้ได้ ก็ถือว่าชนะแล้ว เพื่อรอโอกาสสร้างเสริมกำลังขึ้นมาใหม่ในอนาคต

 

 3. แนวทางการต่อสู้ของสหรัฐฯ ระยะต่อไป

 

หทัย ประเมินว่า การส่งทหารราบเข้าไปยึดอิหร่าน ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะสหรัฐฯ มีบทเรียนราคาแพงจากอัฟกานิสถานและอิรัก จึงมีโอกาสน้อยมากที่จะส่งทหารเข้าสู่พื้นที่

 

ฉะนั้นสหรัฐฯ อาจใช้การโจมตีทางอากาศร่วมกับการสนับสนุนกองกำลังท้องถิ่น เช่น ชาวเคิร์ดในอิรัก หรือกระตุ้นให้เกิดการลุกฮือของประชาชนภายในอิหร่าน ที่เรียกว่า Popular Uprising เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองของอิหร่าน

 

5 ปมคาใจ “ทรัมป์ - อิหร่าน” ใครจะลงจากหลังเสือได้ก่อนกัน

 

 4. ผลกระทบและความเสี่ยงต่อประเทศไทย

 

แม้สงครามจะเกิดขึ้นไกลจากไทยมาก แต่ในโลกยุคปัจจุบัน ไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบได้

 

หทัย ฟันธงว่า ไทยมีความเสี่ยงในฐานะที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ที่ผ่านมาหน่วยงานความมั่นคงของไทยมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ทั้งจุดรวมตัวของกลุ่มเป้าหมายและการเข้าออกเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด

 

แม้ที่ผ่านมาเหมือนไทยจะเคยพลาด เพราะเคยถูกประเทศคู่กรณีใช้เป็น “พื้นที่ปฏิบัติการ” โจมตี แก้แค้น เอาคืนกัน แต่นั่นเกิดขึ้นในช่วงเวลาปกติ ไม่ได้มีสงคราม จึงอาจจะหลุดรอดเข้ามาได้บ้าง ส่วนปัจจุบันมีสงคราม มีความเสี่ยงชัดเจน ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงทุกหน่วยร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่

 

อีกด้านหนึ่งที่อาจกลายเป็นแรงกดดันของไทย ก็คือ อิหร่านพยายามใช้ช่องทางทางการทูตในการโน้มน้าวประเทศต่างๆ รวมถึงไทย ให้ช่วยเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหยุดสงคราม

 

5 ปมคาใจ “ทรัมป์ - อิหร่าน” ใครจะลงจากหลังเสือได้ก่อนกัน

 

 5. บทบาทขององค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสหประชาติ หรือ ยูเอ็น

 

หทัย บอกว่า เนื่องจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ ไม่ให้ความสำคัญกับกลไกโลกแบบเดิม และสหรัฐฯ มีสิทธิวีโต้ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ทำให้มติใดๆ ที่สหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยจะไม่เป็นผล

 

กล่าวโดยสรุปถึงฉากทัศน์ที่เป็น “ฉากจบ” ของสงคราม คือ ฝั่งอิหร่าน ได้แก่ สายป่านของยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะโดรน ว่ายังมีมากพอที่ยื้อสงครามเพื่อรอพลิกสถานการณ์หรือไม่

 

ส่วนสหรัฐฯ ขึ้นกับเป้าหมายทางการเมืองของ ทรัมป์ ที่ต้องการเผด็จศึกให้เร็วที่สุด โดยไม่เสียต้นทุนมากเกินไป