ที่อาจบ่งชี้ว่า กำลังพลจากหน่วยชัลด้าค (Shaldag) ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษ กำลังปฏิบัติการอยู่ในดินแดนอิหร่าน
ในจดหมายระบุว่า "ในการโจมตีครั้งแรก เราได้กำจัดบุคคลสำคัญในฝ่ายการเมืองและความมั่นคงของระบอบ "อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดของอิหร่านไปแล้ว
โดยเฉพาะ คาเมเนอี โดยด้วยความช่วยเหลือจากข่าวกรองที่แม่นยำ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการที่ทันสมัยที่สุดในโลก เราได้บินเหนือกรุงเตหะราน โจมตีสถาบันของระบอบก่อการร้ายอิหร่าน และศูนย์บัญชาการและควบคุมอย่างหนักหน่วง"
ในจดหมายระบุอีกว่า "เรายังคงมุ่งเป้าโจมตีระบบยิงอาวุธ โครงสร้างพื้นฐาน และขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ของศัตรู โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการยิงขีปนาวุธและโดรน ขัดขวางการยิงไปยังแนวหน้าของอิสราเอล และปกป้องพลเรือนของเรา แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นกำลังส่งผล เราพบว่าขอบเขตการยิงลดลง ความเสียหายสะสมต่อขีดความสามารถของศัตรู และอำนาจของศัตรูกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ความเหนือกว่าทางอากาศของเรา ก็กำลังแข็งแกร่งและขยายตัวมากขึ้น"
การเผยโฉมชุดปฏิบัติการพิเศษ มีขึ้นหลังจากช่วงปลายเดือนมิถุนายน
พลโท เอียล ซามีร์ เสนาธิการกองทัพอิสราเอล เปิดเผยว่า กองกำลังคอมมานโดภาคพื้นดิน ไม่ได้มีแค่เจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองและปฏิบัติการพิเศษ หรือ มอสสาด (Mossad) ที่เข้าไปปฏิบัติการอย่างลับๆ ในอิหร่าน ระหว่างสงคราม 12 วัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ ไรซิ่ง ไลออน (Operation Rising Lion) ที่อิสราเอลสามารถควบคุมน่านฟ้าเหนืออิหร่าน และทุกที่ที่เลือกที่จะปฏิบัติการได้อย่างสมบูรณ์
สิ่งนี้เป็นไปได้ด้วยปฏิบัติการร่วมและการล่อลวงที่ดำเนินการโดยกองทัพอากาศและหน่วยคอมมานโดภาคพื้นดิน ที่เขาน่าจะหมายถึงหน่วยชัลด้าค ที่เข้าไปเติมเต็มภารกิจของสายลับมอสสาดในอิหร่าน
ให้ลุล่วงตามแผน