"อิหร่าน" โต้เดือด! ส่งโดรนถล่มฐาน CIA ในซาอุดิอาระเบีย
04 มี.ค. 2569
"อิหร่าน" โจมตีฐาน CIA ในซาอุดิอาระเบีย ขณะกำลังหนุนกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดเพื่อปลุกปั่นการลุกฮือ หลังสิ้น "คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดอิหร่าน
ข่าว
04 มี.ค. 2569
"อิหร่าน" โจมตีฐาน CIA ในซาอุดิอาระเบีย ขณะกำลังหนุนกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดเพื่อปลุกปั่นการลุกฮือ หลังสิ้น "คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดอิหร่าน
4 มีนาคม 2569 วอชิงตัน โพสต์ (Washington Post) รายงานว่า อิหร่านส่งโดรนไประเบิดฐานปฏิบัติการของสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ หรือ CIA ในสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงริยาร์ด ของซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันจันทร์ (2 มีนาคม 2569) ขณะกำลังทำงานเพื่อติดอาวุธให้กลุ่มติดอาวุธที่เตรียมก่อการจลาจลต่อต้านระบอบการปกครองของอิหร่าน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาเพียง 2 วัน หลังจาก CIA ระบุตำแหน่งของ "อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี" ในปฏิบัติการปลิดชีพสะท้านโลก ที่ใช้เวลาเพียง 60 วินาที แต่เตรียมการมาหลายสิบปี ซึ่งรายงานภายในของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีของอิหร่าน ทำให้หลังคาส่วนหนึ่งของฐานปฏิบัติการ "พังทลาย" และ "ปนเปื้อน" ด้วยควัน
รายงานระบุว่า โดรนชาเฮด (Shahed) รุ่นเก่า สามารถหลบหลีกระบบป้องกันไฮเทคเหนือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE และโจมตีลานจอดรถที่อยู่ติดกับสถานกงสุล ที่มีการอพยพผู้คนออกไปก่อนแล้ว ส่วนขีปนาวุธ 2 ลูก ได้โจมตีฐานทัพอากาศอัล-อูเดด ฐานทัพที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
ประสิทธิภาพในการตอบโต้ของอิหร่านต่อการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ที่เริ่มต้นเมื่อวันเสาร์ (28 กุมภาพันธ์) ด้วยการลอบสังหาร อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ทำให้ทำเนียบขาวตั้งตัวไม่ทัน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับในการให้สัมภาษณ์ว่า สหรัฐฯ ไม่ได้คาดหวังว่าอิหร่านจะโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ที่ไม่ได้เข้าร่วมในปฏิบัติการนี้ แต่มีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่
CIA ถูกมองว่าเป็น "ศัตรูตัวฉกาจ" ของระบอบการปกครองของอิหร่านมานานแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประวัติการปฏิบัติการลับ ที่มุ่งบ่อนทำลายผู้นำของอิหร่าน โดย CIA ได้ร่วมมือกับ MI6 (เอ็มไอซิกซ์) หรือหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของอังกฤษ ทำให้เกิดการรัฐประหารโค่นอำนาจนายกรัฐมนตรีโมฮัมหมัด มอสซาเดห์ ในปี 2496 โดย MI6 ใช้ชื่อรหัสว่า "ปฏิบัติการบู้ท" (Operation Boot) ส่วน CIA ใช้ชื่อว่า "ปฏิบัติการอาแจ็กซ์" (Operation Ajax) ที่มีแรงจูงใจในการปกป้องผลประโยชน์ด้านน้ำมันของอังกฤษในอิหร่าน หลังจากมอสซาเดห์โอนกิจการน้ำมันไปเป็นของรัฐ
การตอบโต้ของอิหร่าน ยังเกิดขึ้นในขณะที่ CIA กำลังพยายามติดอาวุธให้กับกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดในอิหร่าน เพื่อปลุกปั่นให้เกิดการลุกฮือ หลังการถึงแก่อสัญกรรมของ คาเมเนอี โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาว ได้หารืออย่างจริงจังกับผู้นำชาวเคิร์ดในอิรัก เกี่ยวกับการสนับสนุนทางทหาร เพื่อโจมตีระบอบการปกครองของอิหร่าน โดย พบว่า กลุ่มติดอาวุธชาวอิหร่านเชื้อสายเคิร์ด มีกำลังพลหลายพันนาย ประจำการอยู่ตามแนวชายแดนอิรัก-อิหร่าน โดยได้รับการสนับสนุนที่สำคัญอยู่ที่ภูมิภาคเคิร์ดสถาน ทางเหนือของอิรัก
มีรายงานด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้พูดคุยกับประธานพรรคประชาธิปไตยแห่งเคอร์ดิสถานอิหร่าน ( Democratic Party of Iranian Kurdistan) ที่ประกอบด้วยชาวมุสลิมนิกายสุหนี่ และเป็นหนึ่งในกลุ่มฝ่ายค้านชาวเคิร์ดที่สำคัญ และเป็นเป้าหมายของกองทัพอิหร่าน จากการทำการรบแบบกองโจรเพื่อต่อต้านกองทัพอิหร่าน และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน หรือ IRGC
แม้ว่า "คาเมเนอี" จะถูกปลิดชีพไปแล้ว แต่ดูเหมือนระบอบฯ ยังคงควบคุมประเทศได้อยู่ ความพยายามของ CIA ในการติดอาวุธให้กับกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ด อาจเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดต่อระบอบฯ
ซึ่งล่าสุด โมจตาบา บุตรชายคนที่ 2 วัย 56 ปี ของ "คาเมเนอี" ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่แทนบิดาแล้ว
