svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

เผยปมชู้สาวนำไปสู่จุดจบ "เอล เมนโช", ล่าสุดสังเวยแล้ว 62 ราย จลาจลลามครึ่งประเทศ

24 ก.พ. 2569

ทางการเม็กซิโกเผย "สายลับ" จากความสัมพันธ์ชู้สาวนำไปสู่การวิสามัญ "เอล เมนโช" ผู้นำแก๊งยาชื่อดัง ขณะที่ยอดดับล่าสุดพุ่ง 62 ราย หลังสมุนล้างแค้นปิดถนน 85 จุดทั่วเม็กซิโก ด้าน "ทรัมป์" กดดันซ้ำให้กวาดล้างหนักขึ้น

ทางการเม็กซิโกเปิดเผยรายละเอียดเบื้องหลังปฏิบัติการจู่โจมสังหาร เนเมซิโอ โอเซเกรา หรือ "เอล เมนโช" ผู้นำ เครือข่ายค้ายาข้ามชาติฮาลิสโก (CJNG) ว่ามีจุดเริ่มต้นมาจาก "สายลับ" ซึ่งเป็นคนสนิทของหนึ่งในคู่รักของเขา ข้อมูลดังกล่าวช่วยให้กองทัพสามารถวางแผนบุกถล่มฐานที่มั่นในเมืองตาปัลปาได้อย่างแม่นยำ

ในระหว่างการปิดล้อม กลุ่มมือปืนของเอล เมนโช ได้เปิดฉากยิงปะทะอย่างดุเดือดจนเหตุการณ์ลุกลามไปยังพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้เอล เมนโช และบอดี้การ์ดได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตบนเฮลิคอปเตอร์ระหว่างการนำตัวส่งกรุงเม็กซิโกซิตี้ โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดคลังแสงขนาดใหญ่ ทั้งปืนไรเฟิลติดเครื่องยิงลูกระเบิดและจรวดต่อต้านรถถังได้ในที่เกิดเหตุ

เผยปมชู้สาวนำไปสู่จุดจบ "เอล เมนโช", ล่าสุดสังเวยแล้ว 62 ราย จลาจลลามครึ่งประเทศ

สรุปความสูญเสียและสถานการณ์จลาจล

ปฏิบัติการครั้งนี้บานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เม็กซิโก

  • ยอดผู้เสียชีวิต: ยืนยันแล้วอย่างน้อย 62 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชาติ 25 นาย และสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ 34 ราย

  • การก่อวินาศกรรม: สมุนผู้ภักดีต่อแก๊งค้ายาได้ตั้งด่านปิดล้อมถนน 85 จุดในกว่า 14 รัฐ (เกือบครึ่งประเทศ) พร้อมเผารถยนต์และร้านสะดวกซื้อกว่า 200 แห่งเพื่อตอบโต้

  • การกวาดล้าง: เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้วอย่างน้อย 70 ราย และอยู่ระหว่างการจับตาดูผู้นำระดับรองที่อาจแย่งชิงอำนาจกันเอง

  • ค่าหัวเจ้าหน้าที่: มีรายงานว่ามือขวาของเอล เมนโช ที่ถูกวิสามัญไปพร้อมกัน เคยตั้งรางวัล "ค่าหัว" เจ้าหน้าที่ทหารรายละ 20,000 เปโซ (ประมาณ 4 หมื่นบาท)

เผยปมชู้สาวนำไปสู่จุดจบ "เอล เมนโช", ล่าสุดสังเวยแล้ว 62 ราย จลาจลลามครึ่งประเทศ

กระทบการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอย่างหนัก

ความรุนแรงที่ขยายตัวไปถึงย่านท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง ปูเอร์โต วัลลาร์ตา ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตกอยู่ในความหวาดกลัว สายการบินหลายแห่งต้องยกเลิกเที่ยวบินชั่วคราว ขณะที่ดัชนีหุ้นของกลุ่มโอเปอเรเตอร์สนามบินและสายการบินโวลาริสร่วงลงทันทีกว่า 4% นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าหากสถานการณ์ไม่สงบ อาจกระทบไปถึงอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญอย่าง อะโวคาโด และเหล้าเตกีลา ซึ่งมีฐานการผลิตใหญ่อยู่ในรัฐฮาลิสโก

แรงกดดันจาก "ทรัมป์" และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

แม้ประธานาธิบดี คลอเดีย เชนบาวม์ จะยืนยันว่าการปฏิบัติการครั้งนี้เม็กซิโกเป็นผู้นำทีมโดยได้รับการสนับสนุนเพียงข้อมูลข่าวกรองจากสหรัฐฯ แต่ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงโพสต์ข้อความกดดันผ่านโซเชียลมีเดียว่า "เม็กซิโกต้องเร่งยกระดับการกวาดล้างแก๊งยาให้มากกว่านี้" ขณะที่เม็กซิโกสวนกลับขอให้สหรัฐฯ ควบคุมการทะลักของอาวุธเถื่อนข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้แก๊งยาเหล่านี้มีอาวุธสงครามร้ายแรงไว้ในครอบครอง