ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุกตลอดชีวิต "ยุน ซอกยอล" ปมประกาศกฎอัยการศึก
20 ก.พ. 2569
ศาลเกาหลีใต้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิตอดีตประธานาธิบดี "ยุน ซอกยอล" ฐานบงการรัฐประหารปี 2567 ชี้การส่งทหารบุกสภาคือการทำลายระบอบประชาธิปไตย ขณะที่อดีตรมว.กลาโหมโดนคุก 30 ปี
ข่าว
20 ก.พ. 2569
ศาลเกาหลีใต้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิตอดีตประธานาธิบดี "ยุน ซอกยอล" ฐานบงการรัฐประหารปี 2567 ชี้การส่งทหารบุกสภาคือการทำลายระบอบประชาธิปไตย ขณะที่อดีตรมว.กลาโหมโดนคุก 30 ปี
ศาลเกาหลีใต้มีคำพิพากษาตัดสินจำคุกตลอดชีวิต นายยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดี ในข้อหาเป็นผู้บงการก่อการกบฏ (Insurrection) ซึ่งเชื่อมโยงกับความพยายามประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคม 2567 แม้อัยการจะพยายามเสนอให้ลงโทษประหารชีวิตก็ตาม โดยผู้พิพากษา จี กุยยอน ระบุว่าอดีตผู้นำวัย 65 ปีรายนี้มีความผิดฐานสมคบคิดกับ นายคิม ยองฮยอน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการส่งกำลังทหารบุกเข้าไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อขัดขวางการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งถือเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรง
ผู้พิพากษาจีระบุว่า การส่งกองกำลังติดอาวุธเข้าไปในสภาและพยายามจับกุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นถือเป็นการก่อกบฏอย่างชัดเจน และการกระทำของนายยุนได้สร้างความเสียหายทางสังคมอย่างมหาศาล ขณะที่ตัวนายยุนซึ่งปรากฏตัวในชุดสูทสีกรมท่าไร้เน็คไท มีสีหน้าซีดเผือดขณะรับฟังคำตัดสินพร้อมกับจำเลยร่วมอีก 7 ราย โดยอดีตรัฐมนตรีกลาโหม คิม ยองฮยอน ถูกตัดสินจำคุก 30 ปี ในขณะที่ทีมทนายของทั้งคู่ยืนยันว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อไป
เหตุการณ์ความพยายามประกาศกฎอัยการศึกที่ยาวนานเพียง 6 ชั่วโมงก่อนถูกสภาโหวตคว่ำ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเอเชียและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของเกาหลีใต้ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของสหรัฐฯ โดยนายยุนยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอ้างว่าเขามีอำนาจในฐานะประธานาธิบดีที่จะประกาศกฎอัยการศึกเพื่อเตือนสติฝ่ายค้านที่ขัดขวางการทำงานของรัฐบาล ทว่าศาลเปรียบเทียบคดีนี้กับเหตุการณ์กบฏในประวัติศาสตร์โลก ตั้งแต่ยุคโรมันจนถึงการประหารชีวิตพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ เพื่อชี้ให้เห็นความร้ายแรงของการทำสงครามกับสถาบันนิติบัญญัติ
สถานการณ์ภายนอกศาลเต็มไปด้วยความขัดแย้ง โดยมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนนายยุนออกมารวมตัวเรียกร้องให้ปล่อยตัว และฝ่ายที่มองว่าบทลงโทษควรเป็นประหารชีวิตเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ขณะที่ ประธานาธิบดี อี แจมยอง ผู้นำฝ่ายเสรีนิยมที่ก้าวขึ้นสู่อำนาจหลังการเลือกตั้งซ่อมเมื่อเดือนมิถุนายน ได้ออกมากล่าวยกย่องประชาชนชาวเกาหลีใต้ที่กล้าหาญลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับทหารและตำรวจโดยปราศจากความรุนแรงจนสามารถรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ได้ ซึ่งความกล้าหาญนี้ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพโดยกลุ่มนักวิชาการอีกด้วย
ปัจจุบันนายยุน ซอกยอล ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำโซล โดยเขายังมีสิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์คำตัดสินต่อศาลสูงและศาลฎีกาตามลำดับ ทั้งนี้ตามแนวทางปฏิบัติของศาล การพิจารณาคดีในชั้นต้นควรเสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน และกระบวนการทั้งหมดไม่ควรเกิน 2 ปี
อย่างไรก็ตาม นายยุนยังมีคดีอื่นๆ ที่ต้องเผชิญอีกถึง 8 คดี รวมถึงความผิดฐานขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเขาเพิ่งถูกตัดสินจำคุก 5 ปีไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาและอยู่ในระหว่างการอุทธรณ์เช่นกัน
