svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

สื่ออิสระเผย สหรัฐฯ เตรียมโจมตีอิหร่านเร็วๆ นี้-แฉแผนล็อกเป้าผู้นำ IRGC

31 ม.ค. 2569

สื่อแนวสืบสวนไม่แสวงผลกำไรของสหรัฐฯ เปิดโปงแผนลับกองทัพสหรัฐฯ เตรียมโจมตีอิหร่านเร็วที่สุดสุดสัปดาห์นี้ มุ่งเป้าลอบสังหารผู้นำระดับสูงและถล่มกองกำลัง IRGC เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนระบอบปกครอง ท่ามกลางการคัดค้านน่านฟ้าจากซาอุฯ และยูเออี

สำนักข่าวสืบสวนสอบสวนอิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไร "ดร็อป ไซท์ นิวส์" (Drop Site News) รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของสหรัฐฯ ได้แจ้งไปยังผู้นำประเทศพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางได้ทราบว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจอนุมัติการโจมตีอิหร่านในสุดสัปดาห์นี้

แหล่งข่าวหลายแห่งยืนยันว่า การโจมตีอาจเริ่มต้นเร็วที่สุดในวันอาทิตย์ หนี่งในแหล่งข่าวที่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงของสหรัฐฯ ที่ให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลอาหรับและเป็นที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการของรัฐบาลทรัมป์ เกี่ยวกับนโยบายตะวันออกกลาง กล่าวว่า "นี่ไม่ใช่เรื่องนิวเคลียร์หรือโครงการขีปนาวุธ แต่เป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง" และพวกนักวางแผนสงครามของสหรัฐฯ ไม่แค่คาดการณ์การโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่สถานที่ตั้งนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และสถานที่ทางทหารอื่นๆ รอบอิหร่าน แต่จะมุ่งเป้าไปที่การทำลายรัฐบาลอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำและความสามารถของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ที่เป็นหน่วยงานหนึ่งของกองทัพอิหร่าน ที่ก่อตั้งขึ้นหลังการปฏิวัติปี 2522 และปัจจุบันผู้นำมีบทบาทสำคัญในทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ

แหล่งข่าวที่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูง ระบุว่า แนวคิดในฝ่ายบริหารของทรัมป์ คือ หากโจมตีผู้นำอิหร่านได้สำเร็จ ชาวอิหร่านจะกลับออกมาประท้วงบนท้องถนนอีกครั้ง ซึ่งจะนำไปสู่การโค่นล้มรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ก็ "หวังว่าจะมีการโจมตี" และ "ให้คำมั่นกับทรัมป์ว่าอิสราเอลสามารถช่วยจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่เป็นมิตรกับตะวันตกได้" ส่วนเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอาวุโสชาวอาหรับสองคน เปิดเผยว่า พวกเขาได้รับแจ้งว่าการโจมตีของสหรัฐฯ อาจเกิดขึ้น "ในไม่ช้า"
 

สื่ออิสระเผย สหรัฐฯ เตรียมโจมตีอิหร่านเร็วๆ นี้-แฉแผนล็อกเป้าผู้นำ IRGC

การที่สหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลแก่พันธมิตรสำคัญของโลกอาหรับ เกิดขึ้นในขณะที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคกำลังเร่งดำเนินการในนาทีสุดท้าย เพื่อเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม

เมื่อวันศุกร์ (30 มกราคม) รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านได้พบกับผู้นำตุรกี เพื่อผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาทางการทูตที่เป็นไปได้ ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคได้พยายามกำหนดรูปแบบการเจรจาแบบลับๆ รวมถึงการประชุมไตรภาคีที่เกี่ยวข้องกับผู้นำอิหร่าน สหรัฐฯ และตุรกี โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการโจมตีที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

เมื่อวันอังคาร (27 มกราคม) ซาอุดีอาระเบียได้ปฏิเสธการขอใช้พื้นที่น่านฟ้าของตน สำหรับการโจมตีอิหร่านที่อาจเกิดขึ้นจากสหรัฐฯ ในการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยืนยันเช่นกันว่า จะไม่ยอมให้มีการใช้พื้นที่น่านฟ้าหรือน่านน้ำของตน ในการปฏิบัติการทางทหารใดๆ ต่ออิหร่าน

เจ้าหน้าที่อิหร่านย้ำหลายครั้งว่า ถ้าสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีเป้าหมายลอบสังหารผู้นำประเทศ อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีตอบโต้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนต่อฐานทัพสหรัฐฯ โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในภูมิภาค และอิสราเอล ขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงในการพิจารณาของคณะกรรมการความสัมพันธ์ต่างประเทศของวุฒิสภาในสัปดาห์นี้ว่า สหรัฐฯ มีทหารประจำการอยู่ที่ฐานทัพในภูมิภาคประมาณ 30,000-40,000 นาย ซึ่งอาจอยู่ในระยะทำการของโดรนและขีปนาวุธพิสัยใกล้ของอิหร่านหากเกิดสงครามขึ้น

สื่ออิสระเผย สหรัฐฯ เตรียมโจมตีอิหร่านเร็วๆ นี้-แฉแผนล็อกเป้าผู้นำ IRGC