svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

อิหร่านนองเลือดหนัก! ยอดดับพุ่ง 2,571 ราย "ทรัมป์" ลั่นเตรียมยื่นมือช่วยผู้ประท้วง

14 ม.ค. 2569

สถานการณ์อิหร่านวิกฤตถึงขีดสุด ยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 2,500 รายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ กลุ่มสิทธิฯ เผยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปฏิวัติปี 1979 ด้าน "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศกร้าวหยุดดีลรัฐบาลเตหะรานทุกกรณี-หนุนผู้ประท้วงสู้ต่อ ย้ำ "ความช่วยเหลือกำลังเดินทางไป"

สถานการณ์อิหร่านวิกฤตถึงขีดสุด ยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 2,500 รายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ กลุ่มสิทธิฯ เผยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปฏิวัติปี 1979 ด้าน "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศกร้าวหยุดดีลรัฐบาลเตหะรานทุกกรณี-หนุนผู้ประท้วงสู้ต่อ ย้ำ "ความช่วยเหลือกำลังเดินทางไป"

KEY

POINTS

  • การประท้วงในอิหร่านทวีความรุนแรงจนกลายเป็นเหตุการณ์นองเลือด โดยกลุ่มสิทธิมนุษยชนเผยยอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของรัฐบาลพุ่งสูงถึง 2,571 ราย
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศจะให้ความช่วยเหลือผู้ประท้วง พร้อมยกเลิกการประชุมทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่อิหร่านจนกว่าการสังหารจะยุติลง
  • ทางการอิหร่านใช้มาตรการปราบปรามขั้นรุนแรง มีผู้ถูกจับกุมแล้วกว่า 18,100 คน และพยายามตัดการสื่อสารด้วยการยึดจานดาวเทียมที่ต้องสงสัยว่าใช้บริการอินเทอร์เน็ต Starlink

วิกฤตการประท้วงในอิหร่านก้าวเข้าสู่ภาวะ "นองเลือด" ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เมื่อกลุ่มนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน (HRANA) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเมื่อเช้าวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 ว่ายอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของรัฐบาลพุ่งสูงถึง 2,571 ราย เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายในเวลาไม่กี่วัน โดยในจำนวนนี้มีเด็กเสียชีวิตถึง 12 ราย และพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องอีก 9 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกจับกุมตัวไปแล้วกว่า 18,100 คน

สกายลาร์ ทอมป์สัน ตัวแทนจาก HRANA ระบุว่าตัวเลขนี้เป็นสิ่งที่น่าตกใจและสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง เพราะยอดเสียชีวิตเพียง 2 สัปดาห์นี้ สูงกว่าการประท้วงกรณี "มาห์ซา อามินี" ในปี 2022 ถึง 4 เท่าตัว และความรุนแรงในระดับนี้ชวนให้ระลึกถึงภาพความวุ่นวายในช่วงการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ขณะที่สถานโทรทัศน์ของทางการอิหร่านเริ่มยอมรับเป็นครั้งแรกว่าประเทศมี "ผู้พลีชีพ" (Martyrs) เป็นจำนวนมาก

"ทรัมป์" สั่งระงับดีล! ลั่นความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ กำลังเดินทางไป

ทางด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยเรียกร้องให้ "เหล่าวีรบุรุษชาวอิหร่าน" ประท้วงต่อไปและเข้ายึดสถาบันต่างๆ ของรัฐ พร้อมประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาดว่า "ผมได้ยกเลิกการประชุมทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน จนกว่าการสังหารผู้ประท้วงที่ไร้สติจะยุติลง... ความช่วยเหลือ (Help) กำลังเดินทางไปหาพวกคุณ"

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงสงวนท่าทีเรื่องการใช้กำลังทหารโดยตรง โดยระบุกับผู้สื่อข่าวว่ากำลังรอรายงานที่แม่นยำเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตก่อนจะดำเนินการ "ตามความเหมาะสม" พร้อมกล่าวถึงกองกำลังความมั่นคงอิหร่านว่าดูเหมือนจะมีการประพฤติตัวที่เลวร้ายมาก แต่ยังต้องรอการยืนยันที่แน่ชัดอีกครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านอย่าง อาลี ลารีจานี ออกมาโต้กลับทันทีโดยระบุชื่อ ทรัมป์ และ เบนจามิน เนทันยาฮู ว่าเป็น "ฆาตกรตัวจริง" ของชาวอิหร่าน

อิหร่านนองเลือดหนัก! ยอดดับพุ่ง 2,571 ราย "ทรัมป์" ลั่นเตรียมยื่นมือช่วยผู้ประท้วง

เปิดเสียงจากแดนสนธยา: ชาวอิหร่านเล่านาทีระทึกหลังถูกตัดขาด

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ชาวอิหร่านเริ่มสามารถสื่อสารโทรศัพท์ออกนอกประเทศได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน หลังจากถูกทางการตัดขาดการสื่อสารเกือบสมบูรณ์ พยานในกรุงเตหะรานระบุว่า บรรยากาศในเมืองเต็มไปด้วยความตึงเครียด มีกองกำลังความมั่นคงทั้งในและนอกเครื่องแบบกระจายอยู่ทั่วทุกจุดยุทธศาสตร์ อาคารรัฐบาลและตู้ ATM ถูกทุบทำลายจนพังพินาศ

สิ่งที่น่าสนใจคือมีการรายงานว่าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกำลังระดมกวาดล้าง "จานดาวเทียม" ตามอาคารที่พักอาศัย เนื่องจากสงสัยว่ามีการใช้เครื่องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ของอีลอน มัสก์ เพื่อติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก โดยมีรายงานว่าปัจจุบัน Starlink ได้เปิดให้บริการฟรีในพื้นที่อิหร่านเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับภาพกราฟฟิตี้ตามกำแพงที่ด่าทอผู้นำสูงสุด อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่ปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความกังวลของประชาชนว่าสหรัฐฯ จะตัดสินใจเปิดฉากโจมตีทางทหารในเร็วๆ นี้หรือไม่