อนุสรณ์สถานแห่งประวัติศาสตร์แห่งนี้ ยังคงลึกลับ เนื่องจากวิธีการก่อสร้างที่ไม่ชัดเจน การจัดวางตำแหน่งทางดาราศาสตร์ที่แม่นยำ และวัตถุประสงค์ที่ยังคงเป็นที่ถกเถียง ก่อนหน้านี้มีการพบจารึกภายในมหาพีระมิดก่อให้เกิดการถกเถียงว่าจารึกเหล่านี้ ถูกทำขึ้นหลายร้อยปีหลังจากสร้างเสร็จ ตามด้วยคำถามว่าเป็นของปลอมหรือไม่ แต่ตอนนี้ มันถูกพบเพิ่มอีก 3 ชิ้น ในห้องของฟาโรห์
นักโบราณคดีได้นำรูปภาพที่ไม่เคยเปิดเผยให้สาธารณชนมาแสดง โดยเน้นให้เห็นชื่อที่เขียนไว้บนหิน ซึ่งอยู่ในห้องที่เข้าถึงได้ยากและอันตราย โดยมีการใช้รูปแบบการเขียนที่เฉพาะนักอียิปต์วิทยาที่ผ่านการฝึกอบรมเท่านั้น ที่จะตีความได้อย่างถูกต้อง ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่คนในยุคปัจจุบันจะสามารถปลอมแปลงสิ่งแบบนี้ได้ เพราะต้องปืนขึ้นไปบนความสูงประมาณ 45 ฟุต และคลานผ่านช่องว่างแคบๆ เพื่อจะไปถึงห้องเหล่านั้น
แม้นักโบราณคดีจะยอมรับว่า มีนักท่องเที่ยวชาวยุโรปบางส่วน สามารถเข้าไปและขีดเขียนชื่อของตนเองลงบนหินได้ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และ 19 แต่จารึกที่พบล่าสุด เป็นข้อความกราฟฟิตี้ดั้งเดิม ที่มีอายุเก่าแก่กว่ามาก และเขียนโดยคนงานชาวอียิปต์โบราณ
นอกจากจารึกแล้ว ยังพบหลุมฝังศพของผู้สร้างพีระมิด ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือหินเหล็กไฟและหินทุบ ที่อาจใช้ในการสร้างพีระมิด เพราะฐานของพีระมิดทำจากหินแข็งที่แกะสลักลึกลงไปในพื้นดิน 28 ฟุต ซึ่งหมายความว่า หลังจากทำเครื่องหมายฐานสี่เหลี่ยมแล้ว ผู้สร้างจะเจาะลงไปในหินทั้ง 4 ด้าน จนได้แท่นหินที่เรียบ ไม่มีบล็อก มีเพียงหินแข็งเท่านั้น และยังอยู่ให้เห็นจนถึงทุกวันนี้ ที่ด้านใต้ของมหาพีระมิดคูฟู
ดร.ฮาวาสส์ เขาอธิบายว่า คนงานทำงานเป็นทีม บางคนตัดหิน บางคนขึ้นรูปหิน ส่วนที่เหลือขนย้ายวัสดุโดยใช้เลื่อนไม้ที่ลากบนทราย และทางลาดที่ใช้ขนก็ถูกพบเช่นกัน