ไฟปะทุขึ้นอีกหลายจุดภายในท่าเรือชาฮิด ราจาอี ในเมืองบันดาส อับบาร์ของอิหร่านเมื่อคืนวันอาทิตย์ หลังเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ตั้งแต่เช้าวันเสาร์ ขณะที่เฮลิคอปเตอร์และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงพยายามควบคุมเพลิง ท่ามกลางควันดำหนาทึบ เศษซากโลหะของตู้คอนเทนเนอร์และสินค้ากระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ แรงระเบิดทำให้กระจกหน้าต่างในอาคารไกลออกไปหลายกิโลเมตรแตกเสียหาย
สื่อทางการ รายงานว่า จนถึงช่วงบ่ายวันอาทิตย์ว่า สามารถควบคุมเพลิงได้ 90% และจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 40 คน และผู้บาดเจ็บมากกว่า 1,200 คน
รัฐบาลอิหร่านประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศหนึ่งวันในวันจันทร์ และโมฮัมหมัด อาชูรี ผู้ว่าการจังหวัดฮอร์มอซกัน ประกาศไว้อาลัย 3 วัน
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน เดินทางไปตรวจพื้นที่เสียหายที่ท่าเรือ และเยี่ยมผู้บาดเจ็บ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะสอบสวนหาสาเหตุของการระเบิด ขณะเดียวกันประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย สั่งให้เครื่องบินดับเพลิงไปช่วยเหลืออิหร่านในการควบคุมเพลิง
ขณะที่ชาวอิหร่านกำลังตั้งคำถามถึงสาเหตุของการระเบิด และอยากรู้ว่าควรเชื่อกระแสข่าวที่แพร่สะพัดในโซเชียลมีเดียว่า กองทัพและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เก็บเชื้อเพลิงขีปนาวุธที่นำเข้าจากจีนไว้ที่ท่าเรือไม่