ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ประกาศเมื่อวันเสาร์ (19 เมษายน) สั่งให้กองทัพยุติการสู้รบทั้งหมดเป็นเวลา 30 ชม. ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 19 เมษายน จนถึงเที่ยงคืนของคืนวันที่ 20 เมษายน โดยเป็นการหยุดยิงด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมในช่วงการเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์
ผู้นำรัสเซีย บอกด้วยว่า เขาหวังว่ายูเครนจะหยุดยิงเช่นเดียวกันตามอย่างรัสเซีย ซึ่งจะทำให้รัสเซียมั่นใจว่า ยูเครนมีความจริงใจแค่ไหนในการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่เขาก็สั่งให้กองทัพเตรียมพร้อมขับไล่ หากมีการละเมิดหยุดยิงโดยฝ่ายยูเครน
ต่อมาประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน แถลงในคืนวันเสาร์ว่า หากรัสเซียพร้อมเข้าร่วมการหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบและไม่มีเงื่อนไข ยูเครนก็จะปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปูตินยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่ให้มีการหยุดยิงนาน 30 วัน ซึ่งการหยุดยิงนาน 30 วันเป็นการให้โอกาสสร้างสันติภาพ แต่ก็ยังไม่พอสำหรับการสร้างความมั่นใจอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามเขาบอกว่า ได้รับรายงานจากผู้บัญชาการทหารว่า ยังมีปฏิบัติการของรัสเซียในบางพื้นที่ของแนวหน้า และรัสเซียยังคงยิงปืนใหญ่อยู่
และกองทัพอากาศยูเครนเตือนภัยการโจมตีทางอากาศในหลายแคว้นทางภาคตะวันออกในช่วงค่ำ ทั้งที่อยู่ในช่วงเวลาหยุดยิงตามที่รัสเซียประกาศไว้แล้ว