เนชั่นทีวี

ข่าว

เผยข้อมูลใหม่ระดับความสูงของเครื่องบิน-ฮ. ช่วงชนกลางอากาศ

02 ก.พ. 2568 | jurairat

เผยข้อมูลใหม่ระดับความสูงของเครื่องบิน-ฮ. ช่วงชนกลางอากาศ

ชุดสอบสวนของสหรัฐฯ เผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับระดับความสูงของเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ช่วงการชนกันกลางอากาศ ที่มีตัวเลขขัดแย้งกัน โดยเฮลิคอปเตอร์อาจบินสูงกว่าปกติ และเครื่องบินไต่สูงขึ้นในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้าย

ชุดสอบสวนของคณะกรรมการด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NTSB เผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ (1 กุมภาพันธ์)ว่า ข้อมูลจากกล่องบันทึกข้อมูลการบินของเครื่องบินโดยสาร อเมริกันแอร์ไลน์ ระบุว่า เครื่องบินอยู่ที่ระดับความสูง 99 เมตร บวกหรือลบ 7.6 เมตร ตอนที่ชนกับเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ และตกลงในแม่น้ำโปโตแมคเมื่อคืนวันพุธ (29 มกราคม) ขณะที่ข้อมูลจากหอควบคุมการจราจรทางอากาศ ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กอยู่ที่ระดับความสูง  61 เมตรในเวลาดังกล่าว ซึ่งยังต้องหาเหตุผลที่ตัวเลขดังกล่าวแตกต่างกัน เพราะหากชนกันที่ระดับความสูงราว 99 เมตร หมายความว่า เฮลิคอปเตอร์บินสูงกว่าที่ได้รับอนุญาตที่ระดับ 61 เมตร

ชุดสอบสวน บอกด้วยว่า เครื่องบินพยายามบินสูงขึ้นในช่วงเสี้ยววินาทีก่อนการชน แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นความพยายามเพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือไม่ และหวังว่า ข้อมูลจากกล่องดำบันทึกข้อมูลการบินของเฮลิคอปเตอร์ที่กู้ขึ้นจากแม่น้ำโปโตแมคและไม่มีความเสียหายภายนอก จะช่วยไขความกระจ่างเกี่ยวกับเรื่องตัวเลขระดับความสูงที่แตกต่างกันดังกล่าว โดยคาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการกู้ข้อมูลเพราะน้ำขังในกล่องดำ

เผยข้อมูลใหม่ระดับความสูงของเครื่องบิน-ฮ. ช่วงชนกลางอากาศ

เจ้าหน้าที่ NTSB เจอผู้สื่อข่าวรุกหนักเพื่อให้ชี้แจ้งเกี่ยวกับการอ่านค่าที่แตกต่างกัน และยอมรับว่า มีการโต้เถียงกันภายในชุดสอบสวนว่าควรจะเผยข้อมูลเบื้องต้นในเวลานี้หรือรอข้อมูลมากกว่านี้ก่อน

นอกจากนี้ชุดสอบสวนกำลังตรวจสอบเรื่องการสื่อสารระหว่างนักบินเฮลิคอปเตอร์ทหารและหอควบคุมการบินในเวลาเกิดเหตุด้วย ในขณะที่มีการตั้งคำถามเรื่องปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่หอควบคุมการบิน โดยในเวลานั้นมีเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียวจากเดิมควรมี 2 คน และต้องทำหน้าที่ในการสื่อสารกับทั้งเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินในช่วงเกิดเหตุ

ข้อมูลการสื่อสารของหอควบคุมการบิน ยืนยันว่า ในเวลาราว 20.43 น. เจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินขอให้เครื่องบินเปลี่ยนแผนจากเดิมจะลงจอดรันเวย์ 1 ไปยัง รันเวย์ 33 ซึ่งสั้นกว่ารันเวย์ 1 และช่วง 20.46 น. หอควบคุมการบินแจ้งเฮลิคอปเตอร์ว่า มีเครื่องบินโดยสารบินวนอยู่เพื่อลงจอดรันเวย์ 33 และเคลียร์ให้เครื่องบินอีกลำหนึ่งบนรันเวย์ 1 บินขึ้นได้

และอีก 1 นาทีต่อมาเครื่องบินโดยสารอยู่ห่างจากพื้นราว 152 เมตร เจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินถามนักบินเฮลิคอปเตอร์ว่า เห็นเครื่องบินหรือไม่ และแจ้งให้เฮลิคอปเตอร์บินผ่านหลังเครื่องบิน และวินาทีต่อมา เครื่องบินได้รับคำเตือนอัตโนมัติ  “จราจร” (Traffic) และก่อน 20.48 น. นักบินของเครื่องบินได้ยินเสียงบางอย่าง และบันทึกข้อมูลการบินบ่งชี้ว่า เครื่องบินไต่ระดับสูงขึ้น และเจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินได้ยินเสียงชนกันกลางอากาศ

เผยข้อมูลใหม่ระดับความสูงของเครื่องบิน-ฮ. ช่วงชนกลางอากาศ

ด้านองค์การบริหารการบินของสหรัฐฯ (FAA) ประกาศเมื่อวันศุกร์จำกัดการบินของเฮลิคอปเตอร์รอบสนามบินเรแกน แนชันแนลแล้ว เพื่อลดความคับคั่งของการจราจรทางอากาศที่สนามบิน เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ตั้งคำถามเรื่องเฮลิคอปเตอร์บินสูงกว่าที่ได้รับอนุญาต

ส่วนความคืบหน้าของภารกิจค้นหาในบริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ศพได้แล้ว 42 ราย ขณะที่คาดว่า 64 ชีวิตบนเครื่องบินและทหารอีก 3 นายบนเฮลิคอปเตอร์เสียชีวิตทั้งหมด และกู้กล่องดำของเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ได้ครบแล้ว และทหารช่างของกองทัพเตรียมเริ่มกู้ซากเครื่องบินขึ้นจากน้ำในวันจันทร์ (3 กุมภาพันธ์) โดยอาจใช้เวลา 3 วัน หลังจากนั้นจะเริ่มกู้ซากเฮลิคอปเตอร์ และคาดว่าจะเสร็จสิ้นทั้งหมดภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์

ข่าวล่าสุด