"Dream Big" อิสราเอล "คิดใหญ่" เคลื่อน "เศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม"
06 ธ.ค. 2567 | natthanan_chu

"Dream Big" อิสราเอล "คิดใหญ่" เคลื่อน "เศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม" สนับสนุนระชาชนเป็น "Startup" เสนอไอเดีย และคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างธุรกิจของตนขึ้นมาได้
ข่าว
06 ธ.ค. 2567 | natthanan_chu

"Dream Big" อิสราเอล "คิดใหญ่" เคลื่อน "เศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม" สนับสนุนระชาชนเป็น "Startup" เสนอไอเดีย และคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างธุรกิจของตนขึ้นมาได้
6 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (7 ธ.ค.67) จะครบ 1 ปี 2 เดือนของเหตุการณ์ที่ "กลุ่มฮามาส" บุกโจมตี "อิสราเอล" ครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.66 มีการสังหารชีวิตพลเรือนมากกว่า 1,400 ราย และจับเป็นตัวประกันราว 250 คน ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวหรือช่วยเหลือออกมาได้ทั้งหมด
ขณะเดียวกันอิสราเอลก็ได้ประกาศสงครามกับกลุ่มฮามาส โดยประณามว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย และบุกเข้ายึด ทำลายกองกำลัง และโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอุโมงค์ใต้ดินในฉนวนกาซา
แต่นอกจากจะทำให้ผู้นำฮามาสระดับต่างๆ ถูกปลิดชีพไปเป็นจำนวนมากแล้ว ปรากฏว่ายังมีพลเรือนต้องสังเวยชีวิตมากกว่า 41,000 คน
ในจำนวนนี้เป็นเด็กมากถึง 16,000 คน ยังไม่นับความสูญเสียจากปฏิบัติการสู้รบกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่เพิ่งมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
บรรยากาศในอิสราเอลวันนี้ ผู้คนยังคงไม่ลืมความน่ากลัวและความโหดร้ายจากปฏิบัติการโจมตีของกลุ่มฮามาส วงสนทนาตามร้านอาหาร และห้องสัมนาต่างๆ ยังคงพูดกันถึงเรื่องนี้
ขณะที่ตามถนนหนทาง ทั้งพื้นที่สาธารณะ สำนักงานของหน่วยงานรัฐ และอาคารบ้านเรือนต่างๆ ยังคงมีการแขวนป้ายไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต และป้ายเรียกร้องให้ช่วยเหลือตัวประกันกลับมา ภายใต้แคมเปญ “Bring Them Home”
"ผู้สื่อข่าวพิเศษของ เนชั่นทีวี" สำรวจพื้นที่ในหลายๆ เมืองของอิสราเอล ทั้งกรุงเทลอาวีฟ นครเยรูซาเลม และเมืองไฮฟา ซึ่งล้วนเป็นเมืองใหญ่ ปรากฏว่าร่องรอยของการทำกิจกรรมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ และเรียกร้องให้ตัวประกันกลับบ้าน มีให้เห็นอยู่ทั่วไป
แต่ในอีกด้านหนึ่ง อิสราเอลก็ไม่ได้จมอยู่ในกับดักของสงคราม เพราะทุกภาคส่วนยังคงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป ทั้ง "ด้านเกษตรกรรม" และ "นวัตกรรม" หรือ "innovation" ซึ่งเป็นจุดเด่นและจุดแข็งอย่างมากของอิสราเอล
ในกิจกรรมที่ "สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย" เชิญคณะสื่อมวลชนไทยจาก 3 สำนัก และหนึ่งในนั้นคือ "เนชั่นทีวี" ไปศึกษาดูงานและติดตามสถานการณ์ในประเทศอิสราเอล ตามโครงการของกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลนั้น
ปรากฏว่ามีการพาคณะสื่อมวลชนไทยและอีกหลายชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงได้ ไปพูดคุยและเยี่ยมชมสถานประกอบการด้านนวัตกรรมอันหลากหลายในอิสราเอล ทั้งระดับสตาร์ทอัพ และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายทั่วโลก โดยมีการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษาและรัฐบาลอิสราเอลอย่างเต็มกำลัง
วิธีคิดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอิสราเอล คือ
- สนับสนุนให้ประชาชนเป็น "Startup" สามารถเสนอไอเดีย และคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างธุรกิจของตนขึ้นมาได้
- มีหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล คอยให้คำปรึกษา สนับสนุน และหาเครือข่าย ทั้งงานวิจัย การพัฒนาต่อยอด และจับคู่ทางธุรกิจ
- สตาร์ทอัพไหนที่ไปต่อได้ จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เช่น มีที่ดินให้ทำกิจการ / รวมถึงการสนับสนุนด้านอื่นๆ
- สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเลม และสถาบันเทคเนี่ยน ก็เปิดหลักสูตรรองรับ โดยทุกหลักสูตรจะสนับสนุนให้นักศึกษาทำสตาร์ทอัพ พร้อมทั้งสร้างเครือข่าย และต่อยอดทางธุรกิจ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกคนที่จบการศึกษาไปต้องทำงานหาเงิน ทุกคนจึงต้องทำธุรกิจเป็นและมีเครือข่าย- องค์ความรู้ที่สถาบันการศึกษาให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และรัฐบาลสนับสนุนอย่างมาก คือ การสร้างนวัตกรรมที่สอดคล้องกับทิศทางของโลก เช่น ลดโลกร้อน / เน็ตซีโร่ / การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ sustain (ซัสเทน)
ตัวอย่างพรีเซนเตชั่น แนวคิดพื้นฐานของมหาวิทยาลัยฮีบรู เยรูซาเลม ก็คือการมุ่งเน้นให้ผู้เรียนปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง
คุณผู้ชมดูพรีเซนเตชั่น จะเห็นว่ามีข้อมูลอาชีพถึง 40% ที่จะหายไปในอีก 10 ปีข้างหน้า จากการถูกดิสรัปฯ หรือ การพัฒนาของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI
แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลและสถาบันการศึกษาก็ไม่ได้ปล่อยให้คนของเขาเคว้งคว้าง หรือหวาดกลัวเทคโนโลยี แต่กลับพยายามมุ่งเน้นให้ยกระดับทักษะเพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี จะได้มีงานทำต่อไป และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมา
อย่างเช่น พรีเซนเตชั่นแผ่นนี้ที่เขียนว่า “คุณไม่ได้สูญเสียงานให้ AI แต่คุณสูญเสียงานให้กับคนที่ใช้ AI ได้ต่างหาก”
นั่นก็แปลว่าคุณควรใช้ประโยชน์จาก AI ให้เป็น และอยู่กับมันให้ได้ แทนที่จะเกลียดกลัว และหนีห่าง
สตาร์ทอัพที่น่าสนใจและได้รับการสนับสนุน ซึ่งมีทั้งกิจการระดับบุคคล / ระดับชุมชน / และกิจการขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายทั่วโลก ก็เช่น
- Biogas (ไบโอแก๊ส) ซึ่งหมายถึงการทำระบบเปลี่ยนของเสียในครัวเรือนและชุมชนให้เป็นพลังงาน ทั้งของเสียที่เราขับถ่ายออกมา เปลี่ยนเป็นน้ำสะอาดย้อนกลับมาใช้ในห้องน้ำ ทำให้ประหยัดน้ำ ลดโลกร้อน
หรือเศษอาหาร ทั้งอาหารคนและอาหารสัตว์ ก็นำมาเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ นำพลังงานนั้นกลับมาใช้หุงหาอาหารได้ โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า หรือใช้แก๊สจากถ่านหิน
- Cyber Checkpoint (ไซเบอร์ เช็คพอยต์) เป็นกิจการที่มีอายุยาวนานถึง 31 ปีแล้ว มีผลงานในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ มีสำนักงานถึง 73 แห่งทั่วโลก มีลูกค้าเป็นรัฐบาลและบริษัทชั้นนำต่างๆ มากมาย
ข้อมูลของบริษัทยังพบว่า การโจมตีทางไซเบอร์โดย “แฮคเกอร์” นั้น เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึงเท่าตัว และไทยก็เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐบาลและกองทัพ
- อะเลป ฟาร์ม (Aleph Farms) การผลิตเนื้อสัตว์ ทั้งเนื้อวัว เนื้อไก่ จากการปลูกเนื้อเยื่อ หรือที่เรียกว่า cultured meat (คัลเจอร์ด มีท) ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก เพราะสามารถลดการทำฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ที่ปล่อยก๊าซมีเทนทำให้โลกร้อนได้
- อีโค่ เวฟ พาวเวอร์ (Eco Wave Power) หรือการผลิตพลังงานจากคลื่นในทะเล แล้วนำพลังงานมาใช้ เป็นพลังงานสะอาดเหมือนพลังงานจากแสงอาทิตย์ หรือพลังงานลม
วิธีการคือจะติดตั้งอุปกรณ์ผลิตพลังงานจากคลื่น ไว้ตามชายฝั่งทะเล แล้วแปลงพลังงานนั้นมาใช้ โดยนวัตกรรมนี้เพิ่งเปิดตัวพอดีที่ท่าเรือจาฟฟ่า ชานกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล ในช่วงที่คณะสื่อมวลชนจากไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินทางไปศึกษาดูงาน
- อินเนเกฟ (inNeGev) สถาบันพัฒนาสตาร์ทอัพ และหาเครือข่ายทางธุรกิจ ซึ่งทำงานร่วมกับสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา สถาบันการเงินจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายจะเปลี่ยน “ทะเลทรายเนเกฟ” ให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมของอิสราเอล ซึ่งผู้นำประเทศและรัฐบาลให้ความสำคัญ ถึงขนาดสร้างศูนย์ขนาดใหญ่เอาไว้ ชื่อว่า Peres Center for Peace and Innovation (เปเรส เซ็นเตอร์ ฟอร์ พีซ แอนด์ อินโนเวชั่น) เพื่อจุดประกายให้คนอิสราเอลคิดค้นนวัตกรรม
โดยศูนย์แห่งนี้ตั้งชื่อตาม นายชิมอน เปเรส อดีตนายกฯและอดีตประธานาธิบดีของอิสราเอล เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ ผู้จุดประกายให้คนอิสราเอลช่วยกันสร้างนวัตกรรมภายใต้แนวคิด Dream Big ซึ่งเราจะขยายให้ฟังในโอกาสต่อไป