ตำรวจเกาหลีใต้เปิดสอบสวน ปธน.ข้อหาทรยศชาติ
05 ธ.ค. 2567
ตำรวจเกาหลีใต้เปิดการสอบสวนประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ข้อหาทรยศชาติ จากการประกาศกฎอัยการศึก ที่ถูกประณามว่าผิดกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่เขายืนยันไม่ได้ทำอะไรผิด ขณะที่ยังมีประชาชนเดินขบวนขับไล่
ข่าว
05 ธ.ค. 2567
ตำรวจเกาหลีใต้เปิดการสอบสวนประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ข้อหาทรยศชาติ จากการประกาศกฎอัยการศึก ที่ถูกประณามว่าผิดกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่เขายืนยันไม่ได้ทำอะไรผิด ขณะที่ยังมีประชาชนเดินขบวนขับไล่
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ แถลงในวันพฤหัสบดี (5 ธันวาคม) ว่า ตำรวจเปิดการสอบสวนประธานาธิบดียุน ซอก ยอล กรณีประกาศกฎอัยการศึกเมื่อคืนวันอังคารแล้ว หลังได้รับแจ้งความ 2 ราย จากพรรคสร้างเกาหลี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านเล็ก ๆ และกลุ่มนักเคลื่อนไหว 59 คน
คำร้องกล่าวหาว่า ทั้งประธานาธิบดียุน, คิม ยอง ฮยอน อดีตรัฐมนตรีกลาโหม, พลเอก ปัก อัน ซู ประธานเสนาธิการทหาร และอี ซาง มิน รัฐมนตรีมหาดไทย กระทำความผิดข้อหาทรยศชาติ และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจากการมีส่วนร่วมในการประกาศและยกเลิกกฎอัยการศึก
นอกจากนี้อัยการและสำนักงานสอบสวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ได้รับคำร้องเรียนที่กล่าวหานายยุนข้อหาทรยศชาติ และกำลังพิจารณาว่าจะเปิดการสอบสวนเองหรือส่งต่อคดีให้ตำรวจ
ขณะที่นายคิม ยอง ฮยอน ซึ่งเสนอเรื่องประกาศกฎอัยการศึกต่อประธานาธิบดียุน ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมเมื่อวันพุธ และประธานาธิบดีอนุมัติการลาออกในวันพฤหัสบดี และแต่งตั้งชอย บยอง-ฮุก อดีตนายพล 4 ดาว ที่ปัจจุบันเป็นเอกอัครราชทูตประจำซาอุดิอาระเบีย เป็นรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่แล้ว
ด้านภาคประชาสังคมทั่วประเทศยังคงชุมนุมประท้วงเป็นวันที่ 2 ในวันนี้ เพื่อเรียกร้องให้นายยุนลาออก โดยชูป้ายประท้วงที่มีข้อความว่า การทำให้การประกาศกฎอัยการศึกที่ผิดกฎหมายเป็นโมฆะถือเป็นชัยชนะของประชาธิปไตย และเรียกร้องให้จับกุมนายยุนและผู้สมรู้ร่วมคิดในข้อหาทรยศชาติทันที
นายยุนถูกพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติถอดถอนออกจากตำแหน่งต่อรัฐสภาเมื่อวันพุธ และคาดว่าจะมีการลงมติในวันเสาร์ แต่เขากล่าวระหว่างพบหารือกับนายกรัฐมนตารีฮัน และแกนนำของพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเมื่อวันพุธ โดยย้ำว่า การประกาศกฎอัยการศึกเป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
ประกาศกฎอัยการศึกมีผลบังคับใช้ได้เพียงเกือบ 6 ชม. และนายยุนยอมประกาศยกเลิกในเช้ามืดวันพุธ หลังรัฐสภามีมติ 190 เสียงให้ยกเลิก
