การตัดสินใจของประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ที่ประกาศบังคับใช้กฎอัยการศึกเมื่อคืนวันอังคาร (3 ธันวาคม) สร้างความตกตะลึงทั่วทั่งประเทศเมื่อเห็นทหารราว 280 นาย เข้าควบคุมอาคารรัฐสภา โดยเป็นการใช้กฎอัยการศึกครั้งแรกในรอบ 44 ปี แต่ในที่สุดเขาต้องประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกช่วงเช้ามืดวันพุธ หลังจากสมัชชาแห่งชาติ ซึ่งเป็นสภาเดี่ยวของเกาหลีใต้ ลงมติท่วมท้นด้วยเสียง 190-0 เสียงเรียกร้องให้ยกเลิกการบังคับใช้ ทำให้ประกาศกฎอัยการศึกสิ้นสุดลงหลังบังคับใช้ได้เพียงเกือบ 6 ชม.
แต่การกระทำของประธานาธิบดียุนส่งผลให้เกิดวิกฤตทางการเมืองและทำให้อนาคตทางการเมืองของเขาแขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อพรรคพประชาธิปไตย หรือ ดีพี ที่เป็นพรรคฝ่ายค้านใหญ่ที่สุด เรียกร้องให้นายยุนลาออกทันที มิฉะนั้นจะดำเนินการถอดถอนพ้นตำแหน่ง ต่อมาทางพรรคประกาศว่า จะยื่นฟ้องข้อหาทรยศต่อชาติเพื่อเอาผิดกับประธานาธิบดียุน พร้อมกับรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีมหาดไทย และถอดถอนทั้งสามคนพ้นจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบสำหรับการกระทำของพวกเขา
ล่าสุดพรรคดีพี และพรรคฝ่ายค้านเล็ก ๆ อีก 5 พรรค ร่วมกันยื่นญัตติถอดถอนประธาธิบดีต่อที่ประชุมสภาในช่วงบ่ายแล้ว และคาดว่า จะมีการลงมติในวันศุกร์หรือเสาร์
รัฐสภาเกาหลีใต้จะลงมติอนุมัติถอดถอนหรือไม่ภายใน 72 ชม. หลังมีการยื่นญัตติ โดยต้องอาศัยเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 จากทั้งหมด 300 เสียง จึงจะผ่านความเห็นชอบ ขณะที่พรรคดีพี และพรรคฝ่ายค้านเล็ก ๆ มีเสียงรวมกัน 192 เสียง ซึ่งต้องอาศัยอีกอย่างน้อย 8 เสียงจาก 108 เสียง ของพรรคพลังประชาชน หรือ พีพีพี ที่เป็นพรรครัฐบาล จึงจะสามารถผ่านญัตติให้ถอดถอนได้
และหากญัตติผ่านความเห็นชอบ ศาลรัฐธรรมนูญจะลงมติชี้ขาดว่าจะรับรองการถอดถอนพ้นตำแหน่งหรือไม่