ขณะที่รัสเซียเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า หากยูเครนใช้ขีปนาวุธดังกล่าวจะต้องเผชิญการตอบโต้อย่างเหมาะสมและจับต้องได้ และเตือนว่า การที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้อาวุธดังกล่าว ถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามโดยตรง
และในวันอังคาร ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 1,000 วันของสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน อนุมัติการแก้ไขหลักการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ที่กำหนดเงื่อนไขใหม่ในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ว่า การโจมตีจากประเทศที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่ได้รับการหนุนหลังจากประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ ให้ถือว่าเป็นการโจมตีร่วมต่อรัสเซีย นอกจากนี้การโจมตีครั้งใหญ่ต่อรัสเซียด้วยขีปนาวุธ โดรน หรือ เครื่องบิน รวมถึงการโจมตีในเบลารุส หรือ ภัยคุกคามร้ายแรงอื่นใดต่ออธิปไตยของรัสเซีย อาจเข้าเกณฑ์ให้ตอบโต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ได้
การเคลื่อนไหวนี้มุ่งส่งสัญญาณหนักแน่นเตือนชาติตะวันตกให้พึงระวังผลลัพธ์ที่จะตามมาสำหรับการจัดหาอาวุธพิสัยไกลให้ยูเครน และโฆษกทำเนียบเครมลิน บอกด้วยว่า ปฏิบัติการพิเศษทางทหารต่อยูเครนจะยังดำเนินต่อไป และมั่นใจว่าจะเสร็จสิ้นด้วยชัยชนะ
ส่วนกระทรวงต่างประเทศยูเครน ออกแถลงการณ์ในวันครบรอบ 1,000 วันของสงคราม โดยยืนยันว่า ยูเครนจะไม่ยอมจำนนต่อผู้ยึดครอง และกองทัพรัสเซียจะต้องถูกลงโทษสำหรับการกระทำที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
นอกจากนี้แอนดรี ซิบีฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ระบุในแถลงการณ์ถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า 1,000 วันเป็นตัวเลขที่พิสูจน์ความกล้าหาญของยูเครนในการต้านทานการรุกรานจากรัสเซีย และสะท้อนความล้มเหลวของประชาคมโลก รวมถึงคณะมนตรีความมั่นคงในการหยุดยั้งสงครามของการรุกรานและความโหดร้าย