เนชั่นทีวี

ข่าว

สาวฟ้องบริษัทผลิตภัณฑ์บำรุงผมยี่ห้อดัง อ้างใช้มานานกว่า 20 ปี จนเป็นมะเร็ง 

24 ต.ค. 2565 | teerawat_pra

สาวฟ้องบริษัทผลิตภัณฑ์บำรุงผมยี่ห้อดัง อ้างใช้มานานกว่า 20 ปี จนเป็นมะเร็ง 

งานนี้ ขอไม่ทนอีกต่อไป สาวฟ้องบริษัทผลิตภัณฑ์บำรุงผมยี่ห้อดัง อ้างใช้มานานกว่า 20 ปี จนเป็นมะเร็ง หลังได้รับข้อมูลงานวิจัยชื่อดัง ผู้หญิงที่ใช้น้ำยายืดผมอยู่เป็นประจำ หรือมากกว่า 4 ครั้งต่อปี มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งมดลูกมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ยืดผม 

รายงานข่าวดังจากฟากฝั่งต่างประเทศ เผยว่า มีหญิงสาวท่านหนึ่งเข้ายื่นฟ้อง บริษัทผลิตภัณฑ์บำรุงผมยี่ห้อดัง อ้างใช้มานานกว่า 20 ปีจนเป็นมะเร็ง สาวๆ หลายคนอาจจะเคยใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผม น้ำยายืดผม จนติดใจใช้มาหลายสิบปี ซึ่งอาจจะพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ แต่กับเคสนี้หญิงสาวรายหนึ่งรอลงทุนฟ้อง บริษัทผลิตภัณฑ์บำรุงผมยี่ห้อดัง เพราะเธอคิดว่า "ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯทำให้เธอเป็นมะเร็ง" 


ตามรายงานระบุอีกว่า มีหญิงชาวอเมริกันรายหนึ่งยื่นฟ้องร้อง "ลอรีอัล" ประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัทสาขาของลอรีอัล กรุ๊ป เครือบรรษัทผู้นำด้านนวัตกรรมความงามโลก เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา เนื่องจากคำกล่าวอ้างที่ว่า ตนใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยให้เส้นผมตรงที่ขายโดยบริษัทฯ ดังกล่าวจนกลายเป็น "โรคมะเร็งมดลูก"

สาวฟ้องบริษัทผลิตภัณฑ์บำรุงผมยี่ห้อดัง อ้างใช้มานานกว่า 20 ปี จนเป็นมะเร็ง 

เจนนี มิตเชลล์ หญิงสาวผู้เป็นโจทก์ของการฟ้องร้องคดีแพ่งครั้งนี้ เล่าว่า 

"เธอได้ใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยายืดผม มาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี และได้พบว่าตนเป็นมะเร็งมดลูก ที่ทำให้เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดมดลูกและปากมดลูกออกทั้งหมด"

โดยการฟ้องศาลที่มุ่งเรียกร้องค่าเสียหายจาก บริษัท ลอรีอัล สหรัฐฯ ครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันภายหลังมีการเผยแพร่งานวิจัยชิ้นหนึ่งใน วารสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ที่ชี้ให้เห็นว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์ยืดผมตรงกับความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งมดลูก 

สาวฟ้องบริษัทผลิตภัณฑ์บำรุงผมยี่ห้อดัง อ้างใช้มานานกว่า 20 ปี จนเป็นมะเร็ง 

 

ตามข้อมูลของงานวิจัยดังกล่าว ระบุไว้ว่า 
ผู้หญิงที่ใช้น้ำยายืดผมอยู่เป็นประจำ หรือมากกว่า 4 ครั้งต่อปี มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งมดลูกมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ยืดผม 

สำหรับ มะเร็งมดลูก เป็นโรคที่ค่อนข้างหาได้ยาก แต่โรคดังกล่าวกลับมีผู้ป่วยสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงผิวสี สอดคล้องกับที่เบน ครัมป์ ทนายส่วนตัวของมิตเชลล์แถลงว่า ผู้หญิงผิวสีตกเป็นเหยื่อของผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายซึ่งมีการตลาดพุ่งเป้ามาที่พวกเธอมาโดยตลอด 

"พวกเราต้องการที่จะเปิดเผยว่าเรื่องราวของมิตเชลล์เป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายกรณีนับไม่ถ้วนที่บริษัทต่างๆ หลอกลวงผู้หญิงผิวสีอย่างก้าวร้าวเพื่อผลกำไร" ทนายส่วนตัวระบุ 


โดยประเด็นนี้ ทางสำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ว่า

งานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมเผยว่า ผู้หญิงที่ใช้น้ำยายืดผมอยู่เป็นประจำมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งมดลูกมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ยืดผม

บรรดานักวิทยาศาสตร์ออกมาแสดงความชื่นชมการวิจัยดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นถึงแม้ว่าจะต้องมีการวิจัยอื่นๆ เพิ่มเติมในประเด็นที่ยังไม่เคยมีการศึกษามาก่อนเพื่อที่จะยืนยันการค้นพบดังกล่าว

นางอเล็กซานดรา ไวท์ นักวิจัยโรคมะเร็ง ผู้เขียนงานวิจัยหลักร่วมกับสถาบันการแพทย์แห่งชาติสหรัฐ เผยว่า

"การค้นพบดังกล่าวเป็นการค้นพบเพิ่มเติมจากงานวิจัยชิ้นก่อนหน้า ที่พบความเชื่อมโยงระหว่างน้ำยาย้อมผมถาวรและน้ำยายืดผมกับมะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูก อีกทั้งน้ำยายืดผมมีสารเคมีหลายชนิด รวมถึงสารที่ไปรบกวนระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลเสียในด้านสุขภาพจนก่อให้เกิดมะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมน การวิจัยครั้งนี้จึงเน้นไปที่การเกิดมะเร็งมดลูก"


การวิจัยดังกล่าวพึ่งข้อมูลที่ได้จากหญิงชาวสหรัฐกว่า 33,000 คนที่มีอายุระหว่าง 35-74 ปี ที่เข้าร่วมการวิจัยของ Sister Study เพื่อศึกษาปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง และโรคอื่นๆ และพบว่าในระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ผู้หญิง 378 คนตรวจพบมะเร็งมดลูก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มีสาเหตุมาจากการที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากจนเกินไป

นักวิจัยพบว่า การเกิดมะเร็งมดลูกและการใช้น้ำยายืดผมมีความเชื่อมโยงกันอยู่มาก ในบรรดาผู้ที่ใช้น้ำยายืดผมมากกว่า 4 ครั้งต่อปี โดยมีความเสี่ยงมากกว่าผู้หญิงที่ไม่เคยใช้น้ำยายืดผมเลยอยู่ 2.5 เท่า

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างมะเร็งมดลูกและผลิตภัณฑ์ด้านผมชนิดอื่นๆ เช่น น้ำยาย้อมผม น้ำยาฟอกสีผม น้ำยาทำไฮไลท์ผม และน้ำยาดัดผม

สาวฟ้องบริษัทผลิตภัณฑ์บำรุงผมยี่ห้อดัง อ้างใช้มานานกว่า 20 ปี จนเป็นมะเร็ง 

ข่าวล่าสุด