หีบพระบรมศพที่คลุมด้วย ธง Royal Standard และประดิษฐาน พระมหามงกุฎ Imperial State Crown ไว้ด้านบน เมื่อมาถึงภายในพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ จะประดิษฐานพระคทาและลูกโลกประดับกางเขนไว้บนหีบพระบรมศพด้วย โดยพีบพระบรมศพจะประดิษฐานบนแท่นยกสูงที่เรียกว่า catafalque ซึ่งอยู่ภายใต้หลังคาไม้ซุงของห้องโถงใหญ่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกลางในศตวรรษที่ 11 โดยทั้งสี่ทิศจะมีทหารรักษาพระองค์ยืนเฝ้ารักษาการณ์อยู่โดยรอบ
เมื่อประดิษฐานหีบพระบรมศพแล้ว จะมีการประกอบพิธีทางศาสนาสั้น ๆ ซึ่งกษัตริย์พระองค์ใหม่และพระบรมวงศานุวงศ์จะทรงเข้าร่วม ก่อนจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาถวายสักการะ โดยเดินเรียงแถววนรอบพระบรมศพไปคราวละหลายสิบคน
ทั้งนี้ สมาชิกราชวงศ์อังกฤษพระองค์ล่าสุดที่พระศพได้ประดิษฐานในสถานที่แห่งนี้ ได้แก่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธในพระเจ้าจอร์จที่ 6 หรือ "ควีนมัม" (พระราชมารดาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2) โดยเมื่อปี 2002 (พ.ศ. 2545) มีประชาชนถึง 200,000 คน พากันต่อแถวยาวรอนานหลายชั่วโมง เพื่อที่จะได้เข้าถวายสักการะพระศพของพระองค์ในรัฐพิธีครั้งนั้น
สำหรับมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์นั้น นับเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญตลอดพระชนม์ชีพของสมเด็จพระราชินีนาถฯ โดยพระมหาวิหารแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (พระราชพิธีขึ้นครองราชย์) ในปี 1953 และทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าชายฟิลิปที่นี่เมื่อปี 1947 ด้วย
ในวันประกอบพระราชพิธีพระบรมศพ วันที่ 19 กันยายน 2565 นั้น จะมีการเคลื่อนย้ายหีบพระบรมศพจากเวสต์มินสเตอร์ฮอลล์มายังมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ที่อยู่ใกล้กัน โดยใช้รถปืนใหญ่เกียรติยศ (State Gun Carriage) ของราชนาวีอังกฤษ ซึ่งมีการใช้งานครั้งสุดท้ายในพิธีศพของลอร์ดเมาต์แบตเทนเมื่อปี 1979 โดยมีทหารเรือ 142 คนเป็นผู้ลากจูงรถในครั้งนั้น เหล่าพระบรมวงศ์ซึ่งอาจรวมถึงกษัตริย์พระองค์ใหม่อาจจะเสด็จพระราชดำเนินมาในขบวนนี้ด้วย คาดว่า “เดวิด ฮอยล์” อธิการของมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์จะเป็นผู้นำประกอบพิธีทางศาสนา โดยมีจัสติน เวลบี อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีเป็นผู้เทศนา และนายกรัฐมนตรีลิซ ทรัสส์ อาจได้รับมอบหมายให้อ่านบทคำสอนจากพระคัมภีร์ไบเบิล
หลังพระราชพิธีในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์เสร็จสิ้นลงแล้ว หีบพระบรมศพจะถูกนำไปยังซุ้มประตูชัย Wellington Arch บริเวณสวนสาธารณะไฮด์ปาร์ก เพื่อขึ้นรถบรรทุกพระศพมุ่งหน้าไปยังพระราชวังวินด์เซอร์ เพื่อประกอบพิธีขั้นสุดท้ายที่โบสถ์น้อยเซนต์จอร์จภายในบริเวณของปราสาทวินด์เซอร์
กษัตริย์พระองค์ใหม่และพระบรมวงศ์จะทรงเข้าร่วมขบวนเชิญพระบรมศพ โดยเสด็จพระราชดำเนินจากจัตุรัสในพระราชวังวินด์เซอร์ไปยังโบสถ์น้อยเซนต์จอร์จเพื่อประกอบพิธีฝัง โบสถ์น้อยแห่งนี้มักได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ เช่นพิธีเสกสมรสของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ และพิธีพระศพของเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อปีที่ผ่านมา
หีบพระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถฯ จะถูกหย่อนลงในที่เก็บพระศพของพระราชวงศ์ใต้พื้นโบสถ์ ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายไปไว้ยังอนุสรณ์สถานพระเจ้าจอร์จที่ 6 ซึ่งเป็นโบสถ์น้อยอีกแห่งหนึ่งภายในโบสถ์น้อยเซนต์จอร์จ
ประมุขของรัฐจากทั่วโลกจะเดินทางมาร่วมพระราชพิธีนี้กับบรรดาพระราชวงศ์อังกฤษ รวมทั้งมีนักการเมืองคนสำคัญและอดีตนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรเข้าร่วมด้วย
เผยกำหนดการพระราชพิธีพระบรมศพ "ควีนเอลิซาเบธที่ 2" จันทร์ที่ 19 ก.ย. 2565
พระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะมีขึ้นที่ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในกรุงลอนดอน ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ที่ สหราชอาณาจักร จะจัดพระราชพิธีพระบรมศพของพระประมุขแห่งรัฐขึ้นที่นี่ โดยสมาชิกราชวงศ์อังกฤษพระองค์ล่าสุดที่พระศพได้ประดิษฐานในสถานที่แห่งนี้ ได้แก่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธในพระเจ้าจอร์จที่ 6 หรือ "ควีนมัม" เมื่อปี 2002
วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2565
พระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะถูกบรรจุในหีบพระบรมศพซึ่งทำจากไม้โอ๊ค โดยจะเคลื่อนย้ายจากตำหนักบัลมอรัล ในสกอตแลนด์ ไปยังพระราชวังโฮลีรูดเฮาส์ ในสกอตแลนด์
วันจันทร์ที่ 12 กันยายน 2565
พระบรมศพของควีนเอลิซาเบธที่ 2 จะถูกเคลื่อนย้ายไปประดิษฐานที่วิหารเซนต์ไจลส์ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเอดินบะระ โดยจะมีการประกอบพิธีทางศาสนา และประดิษฐานพระบรมศพไว้ ณ วิหารแห่งนี้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะ
วันอังคารที่ 13 กันยายน 2565
จะมีการอัญเชิญพระบรมศพกลับสู่กรุงลอนดอน ด้วยเครื่องบินจากสนามบินเอดินบะระสู่ฐานทัพอากาศ อาร์เอเอฟ นอร์ทโฮลท์ ก่อนจะมุ่งสู่พระราชวังบักกิงแฮม และเมื่อได้อัญเชิญพระบรมศพมาถึงพระราชวังบักกิงแฮมในกรุงลอนดอนแล้ว พิธีแรกที่จะจัดขึ้นจะเป็น “รัฐพิธี” (state funeral) ที่รัฐบาลอังกฤษเป็นผู้ดูแลจัดการ
วันพุธที่ 14 กันยายน 2565
พระบรมศพของควีนเอลิซาเบธที่ 2 จะถูกเคลื่อนย้ายไปประดิษฐาน ณ เวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ (Westminster Hall) ห้องโถงใหญ่ซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดในกลุ่มอาคารรัฐสภา ภายในพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ โดยมีขบวนพระบรมศพ ทั้งทหารกองเกียรติยศและบรรดาพระราชวงศ์ร่วมขบวนมาด้วย ส่วนประชาชนสามารถเฝ้ารอชมขบวนพระบรมศพนี้ได้ที่สองข้างทางใจกลางกรุงลอนดอน
นับตั้งแต่พฤหัสบดีที่ 15 กันยายน 2565 เป็นต้นไป เป็นระยะเวลา 4 วัน จะมีพิธีประดิษฐานพระบรมศพ (lying in state) ให้ประชาชนเข้าถวายสักการะครั้งสุดท้าย
วันที่โลกร่ำไห้ วันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2565
กำหนดการในวันนี้ จะมีการเคลื่อนย้ายหีบพระบรมศพจากเวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ มายังมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ที่อยู่ใกล้กัน โดยใช้รถปืนใหญ่เกียรติยศ (State Gun Carriage) ของราชนาวีอังกฤษ ซึ่งมีการใช้งานครั้งสุดท้ายในพิธีศพของลอร์ดเมาต์แบตเทนเมื่อปี 1979 โดยมีทหารเรือ 142 คนเป็นผู้ลากจูงรถในครั้งนั้น คาดว่าเหล่าพระบรมวงศ์ซึ่งอาจรวมถึงกษัตริย์พระองค์ใหม่จะเสด็จพระราชดำเนินมาในขบวนนี้ด้วย
หลังพระราชพิธีในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์เสร็จสิ้นลงแล้ว หีบพระบรมศพจะถูกนำไปยังซุ้มประตูชัย Wellington Arch บริเวณสวนสาธารณะไฮด์ปาร์ก เพื่อขึ้นรถบรรทุกพระศพมุ่งหน้าไปยังพระราชวังวินด์เซอร์ เพื่อประกอบพิธีขั้นสุดท้ายที่โบสถ์น้อยเซนต์จอร์จภายในบริเวณของปราสาทวินด์เซอร์
หีบพระบรมศพของควีนเอลิซาเบธที่ 2 จะถูกหย่อนลงในที่เก็บพระศพของพระราชวงศ์ใต้พื้นโบสถ์ ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายไปไว้ยังอนุสรณ์สถานพระเจ้าจอร์จที่ 6 ซึ่งเป็นโบสถ์น้อยอีกแห่งหนึ่งภายในโบสถ์น้อยเซนต์จอร์จ
ข้อมูลอ้างอิง : Plans for the Queen's lying in state and funeral