คิดว่าสาเหตุมันมาจากตรงไหน?
"น่าจะเริ่มมาจากตอนนั้นเราไปรับงานเล่นลิเกด้วยกัน ซึ่งน่าจะเป็นที่เสี่ยงครับ มันอยู่ในเขตร่องสวนอะไรแบบนี้ คุณหมอบอกว่าอาจจะเป็นยุงตามร่องสวน ซึ่งถ้าย้อนไป ณ ตอนนั้นน่าจะเป็นสองทีที่จังหวัดชัยนาท และก็ตรงอัมพวา ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่าเราไปโดนมาที่ไหน อาจจะไม่ใช่สองที่นี้เลยก็ได้ มาจากยุงลายที่มีเชื้อพาหะไข้เลือดออก ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าน้องไปโดนมาเมื่อไหร่แต่เริ่มมีอาการเมื่อวันที่ 25 ถึง 26 อาการเริ่มจากการมีไข้แล้วเค้าปวดท้อง เขาพูดกับผมว่าหรือเค้าจะเป็นติดเชื้อจากทางเดินปัสสาวะหรือเปล่า เค้าก็เลยคามหายาฆ่าเชื้อจากเราเราบอกว่าไม่มีไปหาหมอเถอะ แล้วเค้าก็กลับไปพักอยู่ที่บ้านโป่งแล้วก็เริ่มมีไข้ ไข้สูงเหมือนหัวทิ่มและหน้ามืด "
อาการหนักขนาดไหน ถึงต้องรักษาตัวนานพอสมควร?
"คือหลังจากที่ผมไปเยี่ยมกลับมา แม่ที่เฝ้าไข้อยู่ก็โทรมาบอกว่าวิเป็นอะไรไม่รู้ ปลุกไม่ตื่น ผมก็ถามว่าปลุกไม่ตื่นยังไงเค้าบอกว่าเมื่อกี้พยาบาลมาวัดไข้ ไข้มันขึ้น 40.7 แล้วเค้าก็เลยรีบเช็ดตัว จนเหลือ 39 แล้วแม่ก็ถามวิว่ากินอะไรมั้ย เค้าไม่ตอบจนมันมีอาการเหมือนชัก แล้วน้ำไหลก็ไหลออกมา ตามันเหมือนอาการคนชัก จนหมอและพยาบาล ก็มารุมตรวจอาการตอนนั้น เค้าโทรมาหาเราเรา เราก็ใจเสียเพราะว่าเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น เรากำลังไปงาน และพอน้องไม่รู้สึกรู้สึกตัวเราก็ใจไม่ค่อยดีแล้ว"
จากวันนั้นถึงวันนี้รักษาอาการมานานขนาดไหนแล้ว?
"รักษาตัวมา1เดือนแล้ว ตลอด1เดือน ช่วงแรกเป็นอะไรที่วิกฤตมากครับ หมอโทรมาบอกว่าอาจจะต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ระหว่างนั้นก็เจาะเส้นเลือดใหญ่ด้วยเพื่อให้ยากระตุ้น เพราะว่าตอนนี้หัวใจมันเหมือนทำงานได้ไม่ค่อยดี หลังจากนั้นผมก็ถามหมอว่าจะย้ายโรงพยาบาลได้ไหมหมอเค้าก็บอกว่าได้ ช่วงนั้นวิกฤตมากเพราะหัวใจทำงานน้อย แล้วใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ก็ไม่รู้สึกตัวตั้งแต่วันนั้น ทุกวันนี้ก็ยังนอนไม่รู้สึกตัว ตอนนี้ย้ายโรงพยาบาลแล้วแต่กว่าจะย้ายโรงพยาบาลได้ ช่วงแรกที่วิกฤตมันไม่สามารถที่จะย้ายได้ทันทีเพราะว่ามันเสี่ยงกับการเดินทาง ตอนย้ายไปโรงพยาบาลนั้นก็หัวใจเต้นอ่อนมา 20 เปอร์เซ็นต์ ต้องทำบอลลูนหัวใจโดยด่วน เพื่อช่วยพยุงให้หัวใจทำงาน ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างมันเริ่มดีขึ้นเรื่องหัวใจ เอาบอลลูนออก หัวใจเริ่มเต้นเองเหมือนคนปกติ แต่การหายใจยังหายใจเองไม่ได้ แต่น้องวิไม่มีอาการตัวแดง ผื่นจ้ำแดงขึ้นตามตัวเลย เค้าบอกว่ามันเป็นอาการของโรคแทรกซ้อน ซึ่งเชื้อมันหมดไปแล้ว หมดไปตั้งแต่ 10 กว่าวันแรก"
ขออนุญาตถามถึงคุณแม่ ท่านว่ายังไงบ้าง?
"ตั้งแต่ช่วงแรกที่แม่เห็นอาการน้องไม่ดีขึ้น มันจะทรุดมันจะทรงอยู่ตลอด ก็เลยบนว่าถ้าน้องหาย แม่กับวิจะบวชโกนหัว แต่ว่าเค้ารอไม่ได้แล้ว เค้าอยากส่งบุญให้น้องเดี๋ยวนี้เลย ตัดสินใจบวชเลย ทุกคนก็ให้กำลังใจ ผลัดกันไปเยี่ยม ผมก็วิ่งเข้าออกโรงพยาบาลทุกวัน งานลิเกก็ยังต้องทำ ไปยกเลิกก็ไม่ได้ วิมันทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่เรามาตลอดเพราะเราเป็นพระนางคู่กัน ซึ่งผมก็รับงานตอนน้องวิกฤติอยู่ผมก็ยังต้องทำงาน ใจไม่ดี หน้าเวทีผมร้องมีความสุขเพราะยังไม่แถลงข่าวให้ใครรู้ แต่หลังเวทีเราร้องไห้เลย "