มิตร ชัยบัญชา ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนไว้ว่า
“ภูมิใจมากครับ เป็นรางวัลแรกในชีวิต ทุกวันนี้ธุรกิจภาพยนตร์ได้กลายเป็นชีวิตของผม และท้ายที่สุดอาจเป็นเรือนตายอีกด้วย ในวันหน้าหากผมจะตกลงมา หวังว่าจะมีเบาะนุ่ม ๆ มารองรับผมไว้ทัน รางวัลพระราชทานที่ได้รับนี้ ผมจะวางบูชาไว้บนหิ้งพระครับ”
ด้วยความศรัทธาในอาชีพ มุ่งมั่นในหน้าที่และความรับผิดชอบ เกิดเป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุด จนทำให้ มิตร ชัยบัญชา ตัดสินใจเปลี่ยนนามสกุล โดยนำนามสกุล “ชัยบัญชา” มาใช้เป็นนามสกุลจริงของตนเอง ได้ไปขอจดทะเบียนนามสกุลใหม่ของตนเองขึ้นมาว่า ชื่อ พิเชษฐ์ นามสกุล ชัยบัญชา
ในวงการภาพยนตร์ไทยของ มิตร ชัยบัญชา วันเวลาของเขากำลังจะหมดลง ทิ้งไว้แต่ผลงานหนังกิโลของเขา ที่มากมายเกินกว่าคนปกติธรรมดาจะทำได้ ความขยันมุ่งมั่น พูดจริงทำจริงของเขา ทำให้การเติบโตทั้งระบบของหนังไทย ตั้งแต่จำนวนโรงหนังใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้น จำนวนบริษัทผู้สร้างหนังใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้น ดาราหน้าใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นมากมาย จำนวนหนังที่เข้าฉายในแต่ละปีก็เพิ่มทวีจำนวนไม่หยุด เกิดการสร้างรายได้ การขยายตัวของเศรษฐกิจขยับเขยื้อนตัวทั้งระบบ เงินทองหมุนเวียนอยู่ในประเทศ “สร้างกระแสนิยมไทยขึ้นในหมู่ประชาชน”
แต่ความรุ่งเรืองก้าวหน้าของ มิตร ชัยบัญชา มิได้หยุดอยู่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น เนื่องจากกระแสความนิยมหนังจีนกำลังภายในจากไต้หวันและฮ่องกง กำลังแผ่กระจายไปตามไชน่าทาวน์ทั่วโลก ทำให้เกิดกลุ่มธุรกิจไทย-จีน ร่วมมือกันลงทุนสร้างหนังจีนกำลังภายใน โดยใช้ทีมงานจีนทั้งหมด มีแต่พระเอกเท่านั้นที่ขอเลือก มิตร ชัยบัญชา พระเอกคนไทยไปแสดงหนังจีนร่วมกับทีมงานจีน .....เขาคือพระเอกหนังที่สื่อมวลชนทั้งหลายยกย่องว่าเขาคือ พระเอกหมายเลข ๑ ของวงการภาพยนตร์ไทย อย่างเต็มภาคภูมิ
ที่มาเพจดาราภาพยนตร์