ก่อนเรื่องจะถึงตำรวจเคยเจรจากันไหม?
เคยพูดแล้ว และให้พี่สาวคุยกับแม่เขาแล้ว จนกระทั่งตำรวจก็เหมือนได้มีการเรียกคุณแม่เค้าไปแล้ว บอกว่าต้องรับผิดชอบถ้าสมมุติลูกทำความเสียหายอะไรมา คุณแม่ต้องดูแลลูกดีๆ นะ แต่พอกลับมาทุกอย่างเหมือนเดิม และไม่ใช่มาวันละครั้งมาทุกครั้งหลังอาหาร คือเราก็อยากให้เขาหาย อยากให้เค้าคุยดีๆ เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน ถ้าไม่ไหวก็ไปรักษาและกลับมาเป็นเพื่อนบ้านกันได้
เคยไปแจ้งความด้วยใช่ไหม?
เคยไปแจ้งความ แล้วเค้าก็ต้องเสียค่าปรับ ซึ่งตอนแรกเราตั้งแต่จะสู้ และหลายคนบอกว่าทำไมต้องย้ายออก แต่เราคิดว่าทำไมต้องออก หรือว่าคนถูกจะต้องเป็นฝั่งที่ยอมแพ้ เราก็คิดว่าเราจะไม่ยอม แต่ตำรวจบอกว่าความผิดที่เค้าทำเวลาขึ้นศาลมันจะถูกปรับแค่ 500 เอง แต่เราก็คิดว่าปรับ 500 มันเข้าเราหรือเข้ารัฐ ซึ่งมันดูเหมือนจะเป็นเรื่องขำ แต่คนที่ไปอยู่ในพื้นที่ จริงอยู่ในภาวะแบบนั้นมันเครียด
และล่าสุดคุณแม่เค้าก็ไม่ได้ยอมรับว่าลูกเค้าทำ แถมยังมาโทษเราอีก ว่าบ้านเราทำของใส่เค้า เราก็ยิ่งแบบว่าไปไกลเลยไปถึงดาวอังคารเลย คือถ้ามันเป็นเรื่องที่เราสัมผัสได้มันว่าไปอย่าง มันเป็นเหตุผลที่เหนือจินตนาการ เราไม่รู้ว่ามาถึงจุดนี้ได้ยังไง เราก็คิดว่าจะทำไปเพื่ออะไรเค้าก็ไม่ได้หล่อรวยสวยเก๋ มันไม่ได้มีเหตุจำเป็น ดังนั้นก็ต้องหาใครคนหนึ่งปรับทัศนคติเขา
มีนักข่าวมาทำข่าว เกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น?
มีนักข่าวหลายคนมา พอนักข่าวมาเค้าก็โดนด่าโดนเหวี่ยงโดนเทฉี่ จนเราก็เหนื่อยใจ แถมยังออกมามีปากมีเสียงกับนักข่าวทุกสังกัด
ในเมื่อไม่หนีเราหักห้ามใจยังไง?
เราก็อ่านคอมเม้นต์ที่บอกว่าเขวี้ยงมากเขวี้นงกลับไม่โกง ซึ่งเราก็คิดนะว่าอยากจะตอบโต้ แต่พี่สาวบอกว่าอย่าไปทะเลาะกับเขาเลย และหลานก็กำลังจะเข้าวงการบันเทิงด้วย ไม่อยากจะให้มีปัญหากัน ถ้ามันเกิดมีความรุนแรงมีความสูญเสียมันจะไม่โอเค ซึ่งตอนนี้เราก็พยายามปรับอารมณ์ใหม่ และคิดว่าจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก แต่ยังไม่ขายบ้าน
ที่มารายการโต๊ะหนูแหม่ม